24-07-2011 เด็กน้อยเอย

posted on 24 Jul 2011 16:58 by skullman071

ผมเพิ่งดูสารคดีทางช่อง thai pbs จบไปเมื่อครู่ด้วยความเศร้าสลด

ทั้งๆที่เพิ่งเปิดมาเจอแค่ช่วงท้ายๆเท่านั้น

 

เนื้อหาเกี่ยวกับภาพรวมการศึกษาของประเทศจีนในปัจจุบัน

และความกดดันจากภาระที่เด็กประถมตัวเล็กๆต้องจำใจรับ

 

กระเป๋าที่มีน้ำหนักเกือบครึ่งของน้ำหนักตัวเด็ก เรียนกันแทบทั้งวัน ยกเว้นตอนนอน

แม้อยู่ในช่วงพักฟิ้นหลังป่วย ก็ยังต้องลุกขึ้นมาทำการบ้านไปด้วย สั่งน้ำมูกไปด้วย

 

เด็กทุกคนที่กล้องได้ถ่ายเอาไว้ และให้สัมภาษณ์ พูดและแสดงออกในทำนองเดียวกัน

ถึงความเหนื่อยล้าและไม่เข้าใจ ในดวงตาของพวกเขานั้น ยังมีประกายแห่งวัย ทั้งซุกซน

และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

.....ทว่าอีกไม่นานประกายที่ว่าคงจางหายและหมดลงแน่นอน.....

 

 

 

ว่ากันถึงช่วงก่อนจบรายการเลยดีกว่า

คือ ครูประจำชั้นเรียนที่ถ่ายรายการอยู่นั้น แกดันคิดและทำเรื่องที่แสบทรวงทุกฝ่ายขึ้นมา

ซึ่งก็คือการประชุมที่มีเด็กๆและผู้ปกครองเข้าร่วม ประมาณว่าเป็นงานเปิดใจเด็กๆ

เพื่อให้เกิดความเข้าใจ, สบายใจของทั้งสองฝ่ายทั้งเด็กและผู้ปกครอง

หรือจะเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นก็สุดแท้แต่

 

ตัวผมนั้นจิตนาการไว้ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น

ว่าภาพสุดท้าย คือเด็กและผู้ปกครองโผกอดกันอย่างเข้าอกเข้าใจและมีความสุข

ด้วยความที่ถูกปลูกฝังสูตรสำเร็จมาแบบนั้น ทั้งจากภาพยนต์ หนังสือ เพลง ฯลฯ

ถึงภาพพจน์ที่สวยงามในบทสรุป ....happy ending-ว่างั้นเถอะ

(ครูประจำชั้นที่จัดการประชุมขึ้นมา ก็คงไม่ต่างจากผมเท่าไหร่)

 

ทว่ามันไม่ได้ลงเอยแบบนั้นเลย ....ไม่เฉียดเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

เหตุการณ์คือเด็กๆทั้งหลายรวบรวมความกล้าของพวกเขา

ลุกชึ้นยืนพูดในที่ประชุม ถึงความกดดันในหน้าที่นักเรียนด้วยน้ำตานองหน้า

พวกเขาสะอื้นถึงการศึกษาเล่าเรียนที่เข้มงวด หนักหนา

และการเปรียบเทียบจากผู้ปกครอง ที่พูดถึงเด็กคนอื่นซึ่งมีผลการเรียนดีกว่าตนเอง

รายละเอียดนั้นช่างชวนหดหู่ มีทั้งการลงโทษด้วยคำพูด

ไปจนถึงการลงไม้ลงมือ เมื่อเด็กไม่ได้ผลการเรียนในระดับที่หวังไว้ หรือเกรดที่ตกต่ำลง

ซึ่งทั้งหมดที่เด็กๆพูดนั้น ผมเข้าใจได้ไม่ยากเพราะเคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว

และเชื่อว่าทุกท่านก็คงเคยผ่านมาเช่นกัน

(ถึงจะไม่หนักได้เท่าครึ่งหนึ่งของเด็กๆเหล่านี้ก็เถอะ)

 

แต่อีตอนท้ายของการประชุมนี่สิที่ทำให้ผมแทบจจะจุกอกตาย!!!

เพราะท่าทีของพ่อ-แม่-ผู้ปกครองเด็ก เป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการมากๆ

ต่อให้สปีลเบิร์กกับเจมส์ แคเมรอนรวมร่างกัน ก็ยังต้องเขินหน้าแดง

 

มันกลายเป็นคำตอบจากผู้ใหญ่สู่เด็ก ที่รุนแรง ดำมืด ไร้ความอบอุ่น

และทำให้ภาพความหวังแห่งอ้อมกอดที่จะสมานความสัมพันธ์ ได้พังทลายลงในพริบตา

เมื่อเหล่า “ผู้ใหญ่” บอกกับเด็กๆในทำนองว่า

"พวกเธอเอาแต่พูดว่าพ่อ-แม่-ผู้ปกครองไม่เข้าใจ แล้วพวกเธอเคยเข้าใจผู้ใหญ่บ้างไหม?

ไอ้ระบบคะแนนที่เอามาวัดคุณค่ากันของเด็กๆน่ะ พวกผู้ใหญ่ก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

ไม่ว่าจะมาจากเจ้านายหรือหรือบริษัท และความกดดันที่ว่า มันมากกว่าเด็กๆหลายเท่านัก

ด้วยโลกและสังคมที่แข่งขันแก่งแย่งกันสูง พวกเธอก็ต้องมีหน้าที่เหมือนกัน

และต้องทำให้บรรลุผลได้อย่างดีเหมือนกัน ผู้ใหญ่ถึงจะไว้ใจในตัวพวกเธอได้!!"

 

…..เด็กๆยังมีท่าทีที่บริสุทธิ์และเดาง่ายเหลือเกิน

 

นั่นคือพวกเขาไม่เข้าใจ และดูจะไม่ค่อยสนใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดถึง ทั้งเรื่องการแข่งขันต่างๆ

หรือสภาพสังคมที่โหดร้ายซึ่งการหางานดีๆทำช่างยากเย็นแสนเข็ญประดาตาย

.....ก็แน่ล่ะ เขาไม่เข้าใจ เพราะมันคือระบบที่ผู้ใหญ่หลายต่อหลายรุ่นได้สร้างเอาไว้

ไม่ใช่พวกเขานี่นา?

 

หรือพวกเขาคงไม่ต้องเข้าใจ? ก็แค่เดินไปตามหนทางนั้นก็พอ

หนทางและระบบที่บรรดาพ่อ-แม่-ผู้ปกครองได้ขู่เข็ญไว้ ว่าแสนเหนื่อยยาก ลำบาก ลากเลือด

พวกเขาแค่ต้องเกิดมาแล้วฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ตั้งแต่จำความได้

จนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

....เพราะอะไร?

-เพราะโลกทุกวันนี้ลำบากขึ้นน่ะสิ!!

-ธรรมชาติก็โหดร้ายขึ้นทุกที!!

-สภาพเศรษฐกิจและระบอบสังคมที่มีแต่การแข่งขันหนักหน่วง!!

-ผู้คนก็แก่งแย่งเห็นแก่ตัว!!

-ปลาใหญ่กินปลาเล็ก!!

-ฯลฯ

....น่าสงสารพวกเธอจริงๆเหล่าเด็กน้อย ที่ไม่ประสาต่อโลก และไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย!!!

 

….ถึงจุดนี้ ผมก็เริ่มไม่เข้าใจเหมือนกัน คำถามที่ไม่ควรถามก็ผุดขึ้นอย่างยากจะควบคุม

“ก็ถ้าโลกในสายตาของผู้ใหญ่มันช่างยากเย็นโหดร้ายถึงเพียงนั้น

....ไยต้องให้พวกเขาถือกำเนิดขึ้นเพื่อพบเจอกับมัน?”

 

 

 

ปล.ผมเกลียดคำพูดของผู้ปกครองคนหนึ่ง เขากล่าวในทำนองว่า

"ระบบและโครงสร้างสังคมมันเป็นแบบนี้ เด็กๆจะให้เราทำอย่างไร?"

.....คุณเป็น “ผู้ใหญ่” แต่ตอบคำถามนี้ไม่ได้ แล้วต้องมาย้อนถามเด็ก?

.....คุณไม่สามารถปรัปเปลี่ยน หรือทำอะไรได้อีกแล้ว เพื่อให้ระบบการเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น?

.....แต่คุณดันมีลูกกันได้!!!

แล้วก็ให้พวกเขา - “เด็กๆ” เหล่านี้ ใช้ชีวิตอย่างลำบากและมืดบอด ในคำถามห่วยๆนี่ต่อไปงั้นหรือ?

 

ตลกจังเลยนะ? ก็ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เพราะพวกเรา -"ผู้ใหญ่" ทำให้มันเป็นหรือไง?

 

 

ปล. 2

แน่นอนว่าผมไม่ใช่ผู้ใหญ่ครับ

....และไม่ใช่เด็กด้วยครับ

 

Yesssss!! ผมคือวัยรุ่นครับ!! (.....ถึงจะเป็นช่วงปลายก็เถอะ!!)

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!


อย่าหาว่ามักง่ายเลยครับ ที่กดดาวไปเพราะไม่รู้จะพูดอะไร ใช้แทนความรู้สึกแล้วกัน ความรู้สึกหลังจากอ่านจบ open-mounthed smile

#6 By ฟองจันทร์ on 2011-11-21 22:43

sawaddee ka khun wairoon-torn-plaicry (tum com yoo, pim thai yung mai dai...but will be back soon ka ^^)

#5 By deathdoll (27.55.185.148) on 2011-09-04 04:49

Hot! Hot! Hot!

#4 By Sea on 2011-07-25 11:09

ผมรู้คุณก็ใช้
มนุษย์โตขึ้นเพื่อสร้างระบบไว้รัดไข่ตนเอง
วันหนึ่งเราจะเป็นหมันกันเอง

เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา
เมื่อเติบใหญ่เจ้าจะได้เป็นพยา
ขายยาบ้าเสพย์กามาแสนเพลินใจ

นะจ๊ะเบบี๋

Hot!

#3 By puck on 2011-07-25 00:49

Hot!
เราว่าเป็นเรื่องจริงที่สุดเลย
แต่ผู้ใหญ่เค้าก็กล้าพูดดีน่ะ
มันเป็นชีวิตจริง
แต่ใครจะรู้ว่าถ้าหลุดกรอบความคิดพวกนั้น
เราก็จะเจอสิ่งที่เรียกว่าอิสระ
และความพอเพียง

#2 By zhomao on 2011-07-24 23:06

ไปจีนมาหลายครั้งแล้ว
ที่จีน คนเยอะ และแก่งแย่งแข่งขันกันมาก
แถมนโยบายมีลูกได้คนเดียวอีก
ก็เลยเป็นแบบนั้นแหละ
Hot!

#1 By Nirankas on 2011-07-24 17:07

Recommend