ไอ้เหี้ย!! เดี๋ยวมึงคอยดูแล้วกัน ว่าชีวิตใครจะดีกว่า กูหรือครูห่วยๆ อย่างมึง”

ฝ่ามือของครูชัดฟาดเปรี้ยงเข้าที่แก้มทันที ที่หล่อนสำรากประโยคนั้นเสร็จ เสียง

กระทบของเนื้อหนังดังลั่นเกินความเป็นจริง สั่นกระโชก ลั่นเข้าในรูหู เจ็บปวด

รวดร้าวจนถึงสมอง ทุกสิ่งถูกเขย่ารุนแรงเหมือนโลกกำลังเผชิญวิกฤตการณ์

สุดท้าย เพื่อจะแตกดับ

 

     “โธ่เว้ย!! พิงอยู่ได้ ตัวก็เหม็น ไม่รู้จักอาบน้ำบ้างเหรอไงวะ!?” ขณะที่ชัด

สะลึมสะลือ ได้ยินแว่วคำบ่นนั้น ผู้พูดก็ยักไหล่ขวาที่ชัดซบหลับกระแทกเข้า จน

ต้องลืมตาตื่น

     “ขอโทษครับ...” ชัดพูดตอบอย่างอายๆ ด้วยประโยคที่เขาถนัดจะพูด

      หลายหมื่นหลายแสนรอบแล้วในชีวิตของเขา

     เมื่อตื่นเต็มที่กลิ่นเหม็นอบอวลบนรถเมล็ก็เข้าปะทะจมูก บรรยากาศอับชื้น

น่าขยะแขยง เพราะหน้าต่างทุกบานถูกปิดงับลงป้องกันฝนสาด อบอวลสาป-

เหงื่อไคลจากหลายคนผู้ทำงานมาทั้งวันในอากาศเมืองร้อน อันเต็มเปี่ยมด้วย

มลพิษ

     ชัดพลิกข้อมือยกขึ้นมองนาฬิกา เกือบ 2 ทุ่มแล้ว ตำแหน่งของรถเมล์ที่

เขาโดยสารอยู่ไม่ได้เคลื่อนตัวไปมากกว่าก่อนที่เขาจะงีบหลับและไปซบไหล่คน-

แปลกหน้า  / เขาหลับ แล้วตื่น และพบว่าตัวเองกำลังฝันร้ายถึงเรื่องเดิมๆ ใน

อดีต  ยิ่งช่วงที่เขาพบกับคำถามและมรสุมของชีวิตที่ไม่สามารถแก้ไข หรือ ทำ

ความเข้าใจได้ มันก็ยิ่งถี่หนักข้อจนเรียกว่าแทบทุกครั้งที่หลับไหล

 

      เมื่อชัดกลับถึงบ้าน เขาจัดแจงทำธุระส่วนตัวต่างๆจนเสร็จ  ความเหนื่อยล้า

ผลักเขาหงายหลังลงนอนบนฟูกที่นอนแบบเตียงคู่

   “4 ทุ่มครึ่งแล้วน้อยยังไม่กลับบ้านอีก”

เขาบ่นถึงภรรยาผู้ร่วมชีวิตกันมาแล้วเืกือบ 20 ปี เธอทำงานจนดึกดื่นแทบทุกวัน

กระนั้นแล้วชัดก็ยังไม่ชินกับความรู้สึกแปลกๆ นี้ ที่ว่าภรรยาทำงานหนักกว่าเขา

และแน่นอน -หารายได้ให้ครอบครัวได้มากกว่าเขาเกือบเท่าตัว

 

     “ตึ่กๆๆ!” เสียงฝีเท้าวิ่งขึ้นบันไดดังลั่น

     “อิงอร!” ชัดตะโกนเรียกชื่อลูกสาว

      คงเป็นเธอที่พึ่งกลับถึงบ้านแล้วก็ตรงเข้าห้องตัวเองทันที

     “ปัง!” เสียงกระแทกปิดประตูห้องของเธอคือคำตอบรับในการขานชื่อจาก

ผู้เป็นพ่อ  ชัดค่อนข้างเสียใจและหงุดหงิดไปพร้อมๆกัน แต่ปลอบใจตัวเอง ว่า

ลูกสาวเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว เป็นธรรมดาที่จะเกิดบุคลิกแบบนี้

 

       เขาเดินไปเคาะประตูห้องของเธอ แล้วเปิดเข้าไป

     “...กินข้าวมาหรือยัง?...” ชัดตะโกนถามลูกสาวแข่งกับเสียงน้ำจากฝักบัว

      แต่ไม่มีคำตอบกลับมา

     '...เสียงน้ำคงดัง เดี๋ยวรอให้ลูกอาบน้ำเสร็จก่อนค่อยคุยกันต่อก็ได้มั้ง...'

เขาเดินลงบันได เอากับข้าวเก่าจากมื้อเช้ามาอุ่นเตรียมไว้บนโต๊ะ ตักข้าวเปล่ามา

2 จาน แล้วนั่งรอ

 

      เขามองเข็มนาฬิกา มันกระดิกเดินไปเรื่อยๆ

      ช่วงเวลา ”ทบทวนตัวเองประจำวัน” มาถึงอีกครั้ง แล้วมันก็ว่างเปล่า

ดังเช่นทุกวัน ราวกับว่าไม่จำเป็น เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรที่มีค่า หรือทำอะไรที่ผิด-

มหันต์ ชีวิตและกิจวัตรของเขามันแน่นิ่งราบเรียบมานานมากแล้วจนจำไม่ได้ ซึ่ง

เขาสลดกับมันมามากพอจนกลายเป็นความชาชิน

 

      ความรู้สึกเดิมๆ เกิดขึ้น “แล้วจะอยู่ต่อไปให้มันได้อะไรขึ้นมา?”

      สำหรับชัด นี่ไม่ใช่คำถามที่ดูน่าเศร้า เขาถามตัวเองด้วยคำถามนี้ จน

เคยชินแล้วเช่นกัน จนไม่แน่ใจว่าเขายังต้องการคำตอบอยู่หรือเปล่าด้วยซ้ำ

 

      หลอดไฟเหนือชุดโต๊ะทานข้าวที่เขานั่งอยู่กระพริบวูบๆ ชัดเหลือบขึ้น

มองมัน คิดว่าถ้าดับไปตอนนี้คงลำบาก ขนาดเปิดไฟไว้ยังสลัวแบบนี้ เขารู้สึก

ถึงความอึมครึมรอบๆตัว

 

      ...พรุ่งนี้ค่อยเปลี่ยนหลอดแล้วกัน

      ชัดละสายตาลงจากหลอดไฟที่มีเพียงดวงเดียวในครัว

 

      “นี่!! เปิดประตูห้องหนูทิ้งไว้อีกแล้ว ถ้าปิดไม่ได้ คราวหน้าก็ไม่ต้องเปิด!!”

      อิงอรผู้เป็นลูกสาวตะโกนแหวลงมาต่อว่า ตามด้วยเสียงกระแทกประตู

รุนแรงจนชัดต้องสะดุ้งโหยง เขาหลับตาลงขบกรามแน่นด้วยอารมณ์ที่ยากจะ

บรรยาย แต่คงทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น...   เขาลุกขึ้นถือจานข้าว 1 ใน 2 จาน

จากบนโต๊ะ กลับไปตักใส่หม้อหุงข้าวตามเดิม และกลับมานั่งที่ สักพักจึงเริ่มลงมือ

กินข้าว

 

      ในขณะนั้นเขาหิวหรือไม่ ไม่มีใครรู้

เขาอาจตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวกลืนเพราะมันเป็นแค่ปกติวิสัยที่ควรกระทำ

 

      ต่อมา ชัดได้ยินเสียงเปิดประตูบ้านแล้วปิดงับ ตามด้วยฝีเท้าที่เดินเข้ามา

น้อย-ภรรยาเขานั่นเอง เธอเดินผ่านเขาไปอย่างเหนื่อยอ่อน แว่บหนึ่ง ชัดคิดว่า

จะทักทายภรรยา  “กินข้าวหรือยัง? / ทำงานเหนื่อยมั้ย?” แต่เขาก็ไม่ได้ปริปาก

ออกไป   สีหน้าและท่าทางของเธอมันบอกทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

...ล้าเกินไปที่จะนั่งลงกินข้าว หรือกระทั่งหยุดเดินเพื่อพูดคุยโต้ตอบกับเขา  ชัด

ปล่อยใ้ห้เธอเดินผ่านไป  เขากินข้าวคำที่ค้างอยู่ในช้อนตอนน้อยมาถึง และกิน

ต่อไปคำต่อคำอย่างไม่ค่อยรับรู้ถึงรสชาติ

 

 

----------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

      “ไอ้เหี้ย!! เดี๋ยวมึงคอยดูแล้วกัน ว่าชีวิตใครจะดีกว่า กูหรือครูห่วยๆ อย่างมึง!”

 ชัดตื่นจากฝัน ฝ่ามือของเขาเจ็บแปลบ มันคือความเจ็บลวงจากในอดีต วันนั้น

เขาตบเธอรุนแรงเหลือเกิน  ยากที่เขาจะรู้ว่าเธอเจ็บแค่ไหน ตามหลักแล้วเธอน่าจะ

ต้องเจ็บกว่าเขา -เนื้อแก้มเนียนนุ่มของสาวมัธยมต้นแรกรุ่นอายุ 15 กับฝ่ามือ

ด้านๆ ของชายผู้เป็นครูอายุ 34      ชัดรู้ว่าเธอคงต้องเจ็บกว่าเขาเป็นแน่ แต่ที่

ไม่รู้คือ เหตุการณ์ในวันนั้นกลายเป็นฝันร้ายของเธอเหมือนกับเขาหรือเปล่า

 

      5:42 น.บนเบาะหลังสุดของรถเมล์สายหนึ่ง ชัดยังตื่นไม่เ