ไม่ว่าเรื่องร้ายแรงแค่ไหนธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ในสังคมปัจจุบันก็สามารถปัดเป่าลืมเลือนมันไป

ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก  เหมือนกับหญิงผู้หนึ่งซึ่งเคยออกรายการประเภทบ่วงกรรม เธอเล่าประสบการณ์

ที่เคยไปเยี่ยมเยินเดินเที่ยวในนรกมาแล้ว  อีกทั้งหลังจากความตายครั้งที่ว่า เธอก็ได้ความสามารถพิเศษ

ติดตัวมา นั่นคือญาณสัมผัสสัมเวสี ผีสางต่างๆ เธอให้สัมภาษณ์กับรายการ  ด้วยริมฝีปากแดงเข้มวาว

-วับลิปสติค เขียนตาคมเฉียบ และมัสคาร่านั้นก็ยกยื่นขนตายาวออกเป็นจงอย ต่างหู-เครื่องประดับต่างๆ

พร่างพราวในแสงสปอตไลท์ สร้อยสวยเส้นนั้นก็แกว่งอยู่เหนือเนินอกเบียดชิด ที่จงใจเปิดเผยออกอากาศ

ด้วยเสื้อคว้านคอลึกสีเขียวน้ำทะเล เธอให้ข้อมูลต่ออีกเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวในปัจจุบันเพิ่มเติม ว่าทุกวันนี้

ก็สบายดี ทำงานขายตรง กับบริษัทเครือข่าย  มีสามี 1 คน ลูกสาวเล็ก ๆ 2 คน  ครอบครัวไม่ลำบาก มี

เงินใช้จ่ายเพียงพอ นี่ก็เพิ่งกลับจากไปเที่ยวญี่ปุ่นมา  งานขายตรงมันทำให้ชีวิตสบายได้จริงๆนะ  -เธอ

หยอกพิธีกรของรายการให้มาเป็นลูกข่ายของเธอซะด้วย

      เรื่องของเรื่องคือ เธอมีภาพรวมของชีวิตไม่ต่างอะไรกับคนปกติ การที่เธอได้รับรู้ถึงนรก และความ

ตายไม่ได้ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือปลงกับรูปทรัพย์สมบัติ, ถือศีล, หยุดเบียดเบียนตัวเอง และ

ชีวิตอื่นในวิถึของกระแสโลก หรืออะไรก็สุดแท้แต่  มันเหมือนเธอกำลังบอกว่า   “ก็แล้วไง! นรกมี, ผีมี -

การตัดสินดี-ชั่ว ของชีวิตก็มี  มันก็จริง แต่ชีวิตของชั้นที่หายใจอยู่ในทุกวันนี้มันก็จริงเหมือนกัน และ

มันเป็นชีวิตที่อยากมีความสุข ไม่น้อยไปกว่าใครในโลกเลย”   - ก็คงจะเป็นเช่นนั้น กระแสของชีวิตที่

หลากไหลพัดผ่านเราอยู่ทุกวันอย่างเชี่ยวกราก ไม่เปิดโอกาสให้เราพิจารณา หรือทำอะไรสักอย่าง เพื่อ

ความจริงแท้ และความดีงามเท่าใดนัก มันแค่อนุญาติให้เราสุขแบบลวกๆ เผินๆ อยู่กับปัจจุบันขณะ กับ

การต่อสู้ของชีวิต และลมหายใจที่ไม่มีการสร้างคุณค่าอะไรอื่นอีก...เท่านั้นเอง

    

     เพราะฉะนั้นนุ่นควรลืมเรื่องราวในตอนนั้นไปได้แล้ว ด้วยการใช้ชีวิตผ่านวันเวลาและระบบที่ดังกล่าว

ใช่- เขาคงลืมไป  ไม่คิด ไม่ฝันถึงมันมานานมาก เกือบ 30 ปีก็ว่าได้   แต่ขณะนี้นุ่นในวัย 36 ปี กลับต้อง

มานึกถึงวันอันประหลาดในวัยเด็กนั้นอีกครั้ง ก็คงเพราะการกลับมาเยี่ยมแม่ที่บ้านเก่าในซอยชุมชนแออัด

แห่งนี้ และค้างคืนในบ้านซอมซ่อผุพังที่ตนเองเติบโตมา  -เงินเดือนพนักงานขายเครื่องกรองน้ำไม่มาก-

มายนักก็จริง แต่ลำพังห้องเช่าสะอาดๆ สักห้องให้แม่นั้นไม่เหลือบ่ากว่าแรง ทว่าผู้เป็นแม่กลับมีนิสัยติดที่

ฐานเดิม หล่อนไม่อยากทิ้งบ้านหลังเก่านี้ หรือแทบเรียกได้ว่าไม่อยากแม้จะเยื้องย่างออกจากบ้านหลังนี้

ด้วยซ้ำ
    

     “แล้วนุ่นพอจะช่วยแม่ได้มั้ย? เรื่องที่แม่ขอน่ะ” เช้าวันนั้นหลังจากนุ่นค้างคืนแรก เธอตั้งคำถามเอากับ

 ลูกชาย  เนื้อหาสนทนาของคำถามนั้นทำให้นุ่นนึกถึงแดง ผู้ร่วมเหตุการณ์ในอดึตครั้งกระโน้น

     “แม่ก็ไม่อยากรบเร้าแกหรอกนะ แต่ทำไงได้ ทั้งซอยมันมีแต่คนแก่กับเด็กตัวกะเปี้ยก” เธอคะยั้น

      ต่อเนื่อง

“แล้วแม่รู้ได้ไง? ว่าเป็นไอ้แดง ใครบอกแม่?” นุ่นถามกลับ

     “เขาก็รู้กันตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย รวยเอารวยเอาแบบนั้น”

“มันอาจจะมีวิธีทำมาหากินอะไรของมันก็ได้ แม่ไปกล่าวหามั่วซั่วแบบนี้ มันไม่ดีนะ”

     “วิธีอะไรเล่า! - ไอ้เจี๊ยบลูกร้านย้อมผ้าหายไปมันมีสร้อยทองมาใส่ พอไอ้ปุ๊กร้านขนมจีนหายตัวไป

       มันก็มีนาฬิกาแพงๆ ใส่   แล้ว 3 วันก่อน ลูกแฝดของยัยอ้อมหายไป มันก็มีรถใหม่ป้ายแดงมาขับ

       โฉบอยู่ให้เห็น ถ้าไม่ใช่มันแล้จะใคร?”

“บังเอิญหรือเปล่าแม่ ของพวกนี้มันต้องมีหลักฐานนา”

     “เออ! แกไม่อยากช่วยก็ไม่ต้องมาขัดฉันเลย วันไหนฉันหายตัวไป ศพก็ไม่ต้องตามเผากันละ”

“โธ่! ...แม่ อะไรจะขนาดนั้น เดี๋ยวผมจะลองดูๆ ให้แล้วกันน่า” นุ่นรับปากแบบขอไปที แต่ยังไงเขาเองก็

กำลังอยากเจอแดงพอดี  ไม่รู้ว่าหลายสิบปีผ่านมา อดีตเพื่อนซี้เป็นอย่างไรบ้าง

“แล้วมันยังอยู่บ้านเดิมหรือเปล่าแม่? ไอ้แดงน่ะ” นุ่นถามขณะที่กำลังแง้มเปิดประตูเดินออกจากบ้าน

     “เห็นเขาว่ายังอยู่ที่เดิมนะ แต่ใครไปเรียกก็ไม่ตอบ นานๆ มันจะออกมาที เขาว่าสภาพอย่างกับขี้ยา

       ใกล้ตาย - นั่นล่ะ มันค้ามนุษย์ ค้ายา เสพยา ไอ้เลวๆมันทำหมด”

“อย่างงั้นเลยเหรอแม่?” นุ่นแอบขำเบาๆ แม่ยังชอบใส่ไข่ให้เกินจริง จากคำพูดของคนนั้นคนนี้เหมือน-

เดิม มันคงเป้นความสุขไม่กี่อย่างของหญิงชรา ที่สังขารไม่อำนวยแม้แต่จะลุกขึ้นเดินออกจากประตูบ้าน

      แดดช่วงบ่ายร้อนแรงคล้ายดวงอาทิตย์อยู่แค่เอื้อม

“แดง! แดงโว้ย!! ข้าเอง นุ่นน่ะ!” นุ่นยืนตะโกนเรียกเข้าไปในบ้านของแดง สหายในอดีต

“เฮ้ย ! ร้อนนะโว้ย เอ็งอยู่รึเปล่าวะ?!” เขาพูดเพร้อมปาดเหงื่อเม็ดโป้งออกจากไรผม มองๆดูแล้ว บ้าน

ของแดงช่างโทรมสกปรกจนคนปกติไม่น่าจะอยู่ได้  เท่าที่นุ่นพอจะจำได้ ก็ยังไม่ขนาดนี้ หรือเป็นเพราะ

เขาได้ออกไปเห็นสถานที่ เห็นบ้านเมืองอันศิวิไลซ์มานานปีก็สุดจะคิด

“แดงโว้ย ! ข้าเอง ถ้าอยู่ก็เปิดประตูหน่อยเถอะวะ!” นุ่นตะโกนพร้อมตบเคาะประตู 2-3 ครั้ง

"อ้าว?” - ประตูแง้มออก นุ่นเอี้ยวคอมองลอดเข้าไปอย่างสงสัย

“งั้นข้าเข้าไปละนะ” เขาพูดพลางเดินเข้าไปในบ้านอย่างระวัง แต่ดูท่าแล้วไม่มีวี่แววของใครเลย นุ่นมอง

ไปรอบๆ อย่างสำรวจ  เขาจำไม่ได้ว่าในบ้านหลงนี้เปลี่ยนไปแค่ไหนอย่างไร เพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้

เข้ามา ถึงจะเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่แดงไม่ค่อยต้อนรับใครเข้าบ้านอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อก่อน พวกเขาใช้

เวลาวัยเด็กวิ่งพล่านซนกันอยู่นอกบ้านตลอด คนทั้งซอยก็คุ้นหน้าคุ้นตาเด็กชายคู่นี้ดี    -นุ่นย้อนนึกไป

ถึงความทรงจำอันอบอุ่นแต่พร่าเลือน มันเกือบจะจางหายไป ราวกับไม่มีอะไรเชื่อมต่อระหว่างตัวเขา ใน

ตอนนี้กับวัยเด็กนั้นเลย ทว่าความเบาบางในบรรยากาศนั้นกลับเข้มข้นหนักแน่นขึ้น เมื่อนุ่นได้เห็นของ

สิ่งหนึ่ง ซึ่งวางตั้งอยู่ที่มุมของตัวบ้าน

ขวดเป๊ปซี่!! - ขวดเป๊ปซี่เปล่าๆ จากวันนั้นถูกวางหลบอยู่ในมุมมืด!!

ทำให้ความหวาดหวั่นในอดีตพื้นคืนกลับมาอย่างน่ากลัวและทรงพลัง รู้สึกผะอืดผะอมเอ่อท้นขึ้นในลำคอ

นุ่นกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากบ้านของแดง ด้วยอาการหน้ามืด       ที่ผ่านมานั้น คราวใดที่เขานึกย้อนกลับไป

สู่เหตุการณ์ประหลาดที่ว่า นุ่นจะบอกตัวเองว่ามันเป็นจินตนาการแบบเด็กๆ ที่สร้างขึ้นเองเท่านั้น  ทว่า

เพียงแค่ขวดเป๊ปซี่เปล่าๆ กลับทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นถึงขนาดนี้ได้อย่างไร?

 

     “อ้าว? ลูก ทำไมกลับมาเร็วจังล่ะ? เจอไอ้แดงมั้ย” แม่ของนุ่นตั้งคำถามกับเขาทันทีที่เดินพ้นประตู-

      บ้านเข้ามาอย่างเหนื่อยล้า

“ ไม่เจอเลยแม่” เขาตอบสั้นๆ

     “แล้วยายนวลล่ะ? แกว่ายังไง?”

“...ยายนวล?”

     “ก็ยายของไอ้แดงน่ะ นุ่นจำไม่ได้เหรอ?”

“...ยายนวลก็ไม่อยู่แม่ ไม่มีใครเลย ประตูก็เปิดทิ้งไว้ ไม่ได้ล๊อค... อืม...นี่ผมนึกว่ายายนวลแกเสียแล้ว

ซะอีก  อายุยืนนะเนี่ย”

      “ปากหมา!! วันก่อนแม่ยังได้ข่าวอยู่ ว่าแกเพิ่งออกจาก โรง’บาล”

“ก็ไม่รู้สิแม่ ผมไม่เจอใครเลย”

     “แล้วแกจะไปไหนได้ล่ะ นอกจากบ้านกับ โรง’บาล อายุก็ขนาดนั้นแล้ว ...เฮ้ย !! หรือว่าไอ้แดงมัน

      จับไปฆ่าแล้ว!?”

“แม่!...แม่จะบ้าเหรอ? มันจะทำอย่างนั้นกับยายตัวเองทำไม”

     “ก็เอาไปขาย หรืออะไรก็ไม่รู้แหล่ะ! ถ้าไม่ใช่มันแล้วใครล่ะ?”

“โอ้ย! ไม่มีเหตุผลเลยแม่ แดงมันจะเอายายแก่ๆ ไปขายอะไรใครเค้าได้?” ทว่านุ่นกลับมีภาพหนึ่งวูบขึ้น

ในหัวขณะนั้น ภาพขวดเป๊ปซี่ที่เขาไม่น่าจะจำมันได้ คำถามหลายข้อที่ไม่น่าจะเป็นคำถามปรกติก็ผุดขึ้น

และปรากฏอย่างเด่นชัด เขาทบทวนเหตุการณ์ในอดีตหลายต่อหลายรอบ บวกกับเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น

อย่างลึกลับในชุมชนแออัดแห่งนี้  จนถึงเย็นย่ำค่ำมืด

 

     “นุ่น...ลูก ทำไมยังไม่กินข้าวอีกล่ะ  จะ 3 ทุ่มแล้วนะ แม่กลัวกับข้าวมันจะเสีย”

“...เอาใส่ตู้เย็นไปก่อนดีกว่าแม่ เดี๋ยวยังไงผมอาจกลับมากิน” เขาพูดพร้อมลุกพรวดพราวดขึ้น แล้วเดิน

ดิ่งไปที่ประตู

     “แล้วจะไปไหนอีก ดึกดื่นป่านนี้!?”

“มีธุระนิดหน่อย แม่ไม่ต้องห่วงนุ่นหรอก แป๊ปเดียวนะ”

เขาปิดประตูแล้วเดินย่างย่ำเข้าไปในแสงสลัวของซอยเปลี่ยว โดยมี “ที่ทิ้งขยะท้ายซอย” เป็นจุดหมาย

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ลุ้นระทึก
ติดตามพี่ต่อไปครับ
confused smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By puck on 2010-04-09 03:20

Recommend