พวกเขากึ่งเดินกึ่งวิ่งกันอย่างเหนื่อยหอบลึกเข้าในเขตท้ายชุมชน
“นุ่น! รอเราด้วยซี่”
“แพ้ก็คือแพ้ เราไม่รอแกหรอก เดี๋ยวพอหายเหนื่อย แกก็วิ่งแซงเราอีกเหมือนครั้งที่แล้ว”

เด็กชายสองคนวัยไล่เลี่ย แดงกับนุ่น ตะโกนโต้ตอบกันดังลั่น

“พอเถอะ! เราไม่ไหวแล้วเหนื่อยจริงๆ นะ“  นุ่นร้องขอเพื่อนอีกครั้ง

ในขณะที่ตนชะลอฝีเท้า และหยุดวิ่งลงนั่งกับพื้น
แดงหันขวับ แหวใส่เพื่อนว่า “ แกหยุดก็หยุดไป แล้วอย่าลืมเอาเต่านินจามาให้เราละกัน”  เขาพูดถึง

ของเล่นชิ้นสำคัญ อันเป็นเดิมพันของอีกฝ่าย
“เอาไปเลย! เราให้ก็ได้ แต่ห้ามไปถึงท้ายซอยนะ” นุ่นอ้อนวอน เขาทั้งหอบและเหนื่อย
“นี่แกกลัวจริงๆ เหรอ บอกกี่ครั้งแล้วว่ามันไม่มีจริง” แดงแสดงท่าทีหน่ายกับความขี้ขลาดของเพื่อน

คนสนิท เขาหยุดวิ่งและเดินย้อนกลับมาหานุ่น
“เราเคยแอบไปมาแล้ว มีแต่ขยะกองเบ้อเริ่ม มีทั้งของเล่นที่ถูกทิ้งแล้วด้วยนะ” แดงยืนยันอีกรอบ
“แต่แม่เราบอกว่ามันมีจริงๆ คนในกองขยะน่ะ พวกมันน่ากลัว มันอยู่กับขยะ กินขยะ แล้วถ้ามีคน

หลงเข้าไป มันก็กินคนด้วยเหมือนกัน” นุ่นยังยืนยันมั่นคงกับความกลัวที่เขาเชื่อว่าจริง

“โอ้ย!! บอกแล้วไงว่าเราเคยไปมาแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเลย แม่แกเคยเข้าไปเหรอ เห็นวันๆอยู่แต่บ้าน

ไม่ออกไปไหน ขี้เกียจจะตาย” แดงกล่าวอย่างหงุดหงิด
“ไม่ขี้เกียจนะ! แม่เราไม่ได้ขี้เกียจ แม่ไม่สบายต่างหาก” นุ่นโต้กลับ
“ใช่ซี่! ไม่สบายเป็นโรคดอกทอง ใครๆเค้าก็รู้ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แดงยั่วเย้ารุนแรง
“ไอ้เหี้ยแดง!!” อีกฝ่ายสุดทน โดดผึงขึ้น

แล้วการวิ่งแข่ง ไล่กวดกันก็เริ่มอีกครั้ง

“ท้ายซอย”นั้น สำหรับใครหลายคนในชุมชนแออัดใจกลางเมืองแห่งนี้ ก็เป็นแค่ที่ทิ้งขยะสารพัด

กองมหึมาเหม็นเน่า  ทว่าสำหรับลูกเล็กเด็กแดงในละแวก มันคือเรื่องเล่าน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับ

“คนกองขยะ” –สัตว์ประหลาดลึกลับ โสโครกและโหดเหี้ยม  คาดกันว่าคนต้นเรื่องผู้กระจายข่าว

เล่าในหมู่เด็กๆ คือใครสักคนผู้เป็นแม่ ที่ไม่อยากให้ลูกของตน และเด็กคนอื่นๆ ไปยุ่งย่ามกับ

กองขยะท้ายซอยเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยและโรคสารพัดชนิด ที่เด็กๆอาจได้รับมาจากที่นั่น

แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็กซนในวัยกำลังโตเช่นแดง เขาก็มาถึงยังที่แห่งนี้จนได้
แดงหยุดยืนหลังจากวิ่งมาเต็มแรง หอบจนหลังงองุ้ม มือข้างหนึ่ง เท้าน้ำหนักกับเข่า  อีกข้าง

บีบจมูกแน่น กลิ่นจากขยะหลายปะเภทรวมกันบูดเน่า  ช่างรุนแรงแหลมคมเสียดแทงจมูก

“ไอ้เหี้ยแดง!! ขอโทษแม่กูเดี๋ยวนี้!” เสียงกราดเกรี้ยวแต่หอบเหนื่อยดังขึ้นจากด้านหลัง  นุ่นพึ่งจะ

วิ่งตามมาถึงที่นั่น เขาวิ่งตามมาด้วยความโกรธ ไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็นเหมือนแดง
“แหว่ะ! เหม็นยิ่งกว่าขี้! ไม่เคยเหม็นอะไรขนาดนี้” นุ่นยกมือขึ้นบีบจมูกเช่นกัน  ดูเหมือนกลิ่น

อันฉุนเฉียวนี้ได้สร้างความประหลาดใจ จนความโกรธต้องถูกระงับไว้ก่อน

“เห็นมั้ย?  ไหน ‘คนกองขยะ’ ไม่เห็นมีสักหน่อย    มาเร็ว ช่วยกันค้นหาของเล่นดีกว่า” แดงเดินนำ

เข้าด้านใน ก้าวย่างบนทางแคบๆซึ่งเกิดขึ้นจากที่ว่างระหว่างกองขยะหลายกอง

ทันใดนั้น!!

ใคร? เสียงหนึ่งดังขึ้นจาก “ถ้ำขยะ” (จะเรียกอย่างนั้นก็คงไม่ผิดนัก มันคือช่องกว้างประมาณ

1 ตัวคนมุดเข้า-ออกได้  อันเกิดจากขยะชิ้นใหญ่จำพวกแผ่นไม้ผุ ชื้นไปด้วยคราบราสีดำ ,โครงเหล็ก

เกรอะสนิม และแผ่นสังกะสีเก่ากรัง เป็นต้น
“เขา”มุดรอดรูที่ว่านั่นออกมา ในขณะที่เด็กชายสองคนหวีดร้อง ราวกับเห็นสิ่งสยองขวัญที่สุด อันจะ

เกิดขึ้นได้บนโลก

“เอ้าๆๆ!! อะไรกันนักหนาวะพวกเอ็ง เงียบๆกันก่อนเถอะวะ” เขาคนนั้นผู้ซอมซ่อเหม็นสาบ พูดผ่าน

ริมฝีปากแห้งกรัง และมีแมลงวันไต่ตอมอยู่  ฟันในปากหายไปไม่ครบซี่ ที่เหลืออยู่ก็แตกบิ่นผิดรูปผิดร่าง

และสีของมันก็เหลืองเข้มซะจนน่าจะเรียกเป็นสีน้ำตาลได้ด้วยซ้ำ

“พะ-พะ-พูดได้ด้วย! คนกองขยะ มันพูดได้!  ฮือๆๆๆ”
“บอกแล้ว บอกแล้ว กูบอกมึงแล้วไอ้แดง ไอ้เหี้ย ไม่ยอมเชื่อ ฮือๆๆ”
เด็กชายสองคนโวยวายปนกันไป ฟังแทบไม่ได้ศัพท์  พวกเขาละล่ำละลักทั้งน้ำตา

“ถึงจะอยู่ในกองขยะ แต่ก็ไม่ได้เป็นใบ้นี่โว้ย!  เอ้าๆ อยากได้อะไรก็บอกมา  กรี๊ดกร๊าดกันอยู่นั่น

ได้ยินแล้วมันปวดกระบาลโว้ย!” เขาพูดพลางบิดดัดร่างกายเพื่อไล่ความเมื่อยขบ ซึ่งทุกอิริยาบท

ที่ว่านั้น เรียกเสียงกรีดร้องจากสองเด็กชายได้อย่างไม่ขาดสาย
“โว้ย!!! ไอ้เด็กเวร! เดี๋ยวก็เอาตีนอุดปากแม่งเลย! เอามั้ย?!” เขากรรโชกเต็มเสียง พร้อมทะลึ่งตัว

ลุกขึ้นในท่าเงื้อเท้าเตรียมพร้อม   - ซึ่งได้ผล เด็กชายทั้งสองปิดปากสนิท ตัวสั่นเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก
“จะขออะไร รีบๆขอมา ข้าอยากไปนอนพักต่อแล้ว ปวดกบาลมาก เพราะเสียงพวกเอ็งนี่แหล่ะ”
สองเพื่อนซี้มองหน้ากันแบบไม่เข้าใจ แต่ดูท่าแล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ใช่ “คนกองขยะ” ที่ล่ำลือกัน

“เอ้า!  ทีให้พูด แม่งก็ไม่พูด เตะปากสักทีให้พูดดีมั้ยนี่?!”
“พูด ....พูดอะไรล่ะ” แดงรวบรวมความกล้าถามกลับด้วยเสียงอันสั่นเทา
“ยังจะถามอีก! ก็บอกมาสิว่าพวกเอ็งอยากได้อะไร ต้องการอะไร? วู้”
“ล ....แล้ว   แล้วลุงจะถามทำไมเหรอ” นุ่นสงสัยว่าลุงสกปรกผู้นี้กำลังพูดถึงอะไร
“อุวะ!! ก็บอกมาว่าเอ็งอยากได้อะไร ข้าก็จะให้ไอ้ที่เอ็งอยากได้น่ะแหล่ะ”
“ฟรีๆเลยเหรอ? ไม่ต้องจ่ายตังเหรอ?” แดงถามกลับรวดเร็ว นัยย์ตาแวววาว
“แล้วลุงจะมีให้เหรอ ตัวเองยังมาอยู่ในกองขยะแบบนี้” นุ่นยิงคำถามซ้อนตามแดงไปติดๆ
“ไอ้หนู พ่อแม่เอ็งไม่เคยสอนเหรอ ว่าอย่ามองคนที่ภายนอกอย่างเดียว  และแน่นอน ...ในโลกนี้

มันไม่มีอะไรฟรี  -  .....อืม   นี่พ่อแม่พวกเอ็งคงไม่เคยสอนอะไรเลยสิเนี่ย?”

“พ่อแม่ไม่เคยสอน ผมอยู่กับยาย ยายเป็นคนสอน พ่อกับแม่ผมตายไปนานแล้ว ยายบอก”  แดงฮึดฮัด

เขาไม่พอใจทุกครั้งที่มีใครอ้างอิงถึงเรื่องพ่อแม่  

“เอ้อๆๆ ไอ้เรื่องนั้นก็เอาเถอะวะ  รีบบอกมาดีกว่า ว่าพวกเอ็งอยากได้อะไร”
เด็กชายนุ่นตาวาว “บ้านสิ! บ้านหลังใหญ่! หลังเท่าช้างเลย!! เท่าคฤหาสน์ แล้วก็ขนมกองเท่าภูเขา

แล้วก็ ....แล้วก็ของเล่น กันดั้ม!! เต่านินจา!! เบเบรด!!” เด็กชายเพ้อไปกันใหญ่ เขาถูกดึงเข้าไป

ในจินตนาการอย่างสมบูรณ์  ทั้งตื่นเต้น และพรั่งพรูออกมาได้ต่อเนื่องไม่ขาดปาก

“เฮ้ย!! ไอ้บ้า! ทำไมความอยากมันเยอะขนาดนี้ ตั้งแต่ตัวเท่าลูกหมาเลยวะ!เริ่มจากเล็กๆ น้อยๆ

ก่อนซี่ ขอมาก-อยากมาก เดี๋ยวไม่มีปัญญาจ่าย  แล้วจะหาว่าไม่เตือนนะเอ็ง!” เขาคนนั้นพูดยั้งความ-

อยากของเด็กชาย

“อ้าว? ก็ไหนบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงิน  โถ่!นี่ผมไม่มีเงินเลยนะ  บาทเดียวก็ไม่มี” เด็กชายนุ่นตัดพ้อ
“นี่....  พวกเอ็ง  ….ไม่ต้องจ่ายเงิน ไม่ได้หมายความว่ามันฟรีนะ   ข้าให้เอ็ง  ข้าไม่เอาตังค์ แต่เอ็ง

ต้องมีของมาแลกเปลี่ยน”

แดงกรอกตาครุ่นคิด เขาดูเหมือนจะเข้าใจอะไรได้ดีกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน
“ โอเค...งั้นเอาเป็นขนมกับเป๊ปซี่ให้พวกผมคนละชุดได้มั้ย?” เขาไม่ขอเยอะ เอาแค่สนองความหิว

และกระหายในเวลานั้นก็พอ

“ได้สิ! ได้เลย!  คอยข้าเดี๋ยวเดียวนะ” ชายสกปรกมุดตัวเข้าในรูถ้ำขยะ
สักครู่เดียวก็ออกมาพร้อมของที่เด็กชายร้องขอ  “เอ้านี่! ขนมมันฝรั่งรสใหม่ ที่กำลังโฆษณาเลย

แล้วก็นี่! เป๊ปซี่เย็นเจี๊ยบสองขวด”

นุ่นรับของมาอย่างงงๆ ในขณะที่แดงถีบตัวขึ้นหมายจะพุ่งเข้าไปในถ้ำ -เขาไม่ใช่เด็กประเภทที่จะ

มานั่งงงกับสิ่งต่างๆ เหมือนนุ่น เมื่อเขาอยากรู้ว่าชายสกปรกคนนี้ เก็บอะไรไว้ในถ้ำนั่นบ้าง เขาก็

ไม่รีรอจะที่หาคำตอบ แต่ไม่เร็วไปกว่าหลังมือของผู้เป็นเจ้าของถ้ำ ที่วาดเข้าใส่ข้างกระพุ้งแก้มของ

เด็กชาย จนตัวลอยหวือกลับมาที่เดิม

“น้อยๆ หน่อยโว้ย!  นี่ พวกเอ็งอย่าได้คิดจะเข้าไปในถ้ำของข้าเชียวนะ  เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ...”

สายตาแข็งกร้าวในน้ำเสียงดุดันเยียบเย็น ทำให้แดงสะอื้น และคงเพราะเด็กชายเจ็บที่โดนหลังมือ

เข้าไปด้วย

“...งั้น... งั้นพวกเรากลับแล้วนะ” นุ่นพูดขึ้นอย่างเกรงๆ
“อ้าว? แล้วไม่กินขนม กินน้ำกันก่อนเหรอ?” ชายสกปรกถาม
“ไม่เอา… ไม่เอาแล้ว ลุงเอาคืนไปเถอะ” เด็กชายนุ่นอยากออกไปจากที่นี่เหลือเกินแล้ว  แดงเอง

ก็ยังสะอื้นไม่หยุด

“...อย่ามาพูดมักง่ายแบบนี้นะโว้ย! สัญญากันแล้ว บอกจะเอา พอหามาให้ก็ไม่เอา ถ้าเป็นธุรกิจ

เค้าเรียกเสียเครดิตนะไอ้หนู  แล้วเอ็งรู้มั้ยคนไม่มีเครดิตในระบบธุรกิจน่ะ มันจะลำบากแค่ไหน?”

ชายสกปรกพล่ามยาว อิงไปถึงสิ่งที่เด็กชายก็ฟังไม่เข้าใจ ทว่าน้ำเสียงของเขาแต่ละคำมันช่าง

หนักหน่วง  ราวลูกหินมหึมากดทับ    ซึ่งนั่นทำให้ นุ่นต้องรีบคว้าขนมและขวดน้ำนั่นไว้อย่างกลัวๆ

“งั้น...งั้นไปละนะ, แดง เร็ว กลับเถอะ” เขาบอกลาอีกคร้ง พร้อมกระชากแขนเพื่อนขึ้นเดินออกไป

“เฮ้ย! อย่าเร็วขนาดนั้นสิวะ เอาแต่ได้นี่หว่า ให้ของที่พวกเอ็งขอแล้ว ถึงตาพวกเอ็งต้องเอามาให้ข้า

บ้างสิ” ชายสกปรกทวงถาม

“ก็บอกแล้วว่าไม่มีเงินนี่” นุ่นตัดพ้อ

“ก็ข้าบอกว่าไม่ได้จะเอาเงินไง โง่ฉิบหายเลย! พูดไม่รู้เรื่อง”

“แล้วจะเอาอะไรเล่า?”

ชายสกปรกดูสีหน้ามีสุขขณะครุ่นคิด “งั้น...เอาเป็น...หนูแล้วกัน!!..หนู! หนูน่ะ”

“หนู?” นุ่นสงสัย

“ก็เออสิวะ!! หนูที่มันร้องจี๊ดๆๆ น่ะโว้ย!! ปั๊ดโธ่ ไอ้เด็กเวรตะไลพวกนี้!!” เขาเดือดดาล เพราะ

ความมากคำถามของเด็กชาย นุ่นเห็นท่าไม่ดี จึงฉุดแขนแดงแล้วหันหลังออกวิ่ง โดยมีเสียง

ตะโกนไล่หลังตามมา “หนูนะ!! หนู 4 ตัว ภายใน 3 วัน เข้าใจมั้ย!”

นุ่นตะโกนตอบโดยไม่หันกลับไปมอง “โอ้ย! รู้แล้วๆ ก็ได้”

 

คืนนั้นเด็กทั้งสองนอนลืมตาโพลงอยู่ในบ้านซอมซ่อของตน ครุ่นคิดถึงกำหนดการที่นัดแนะกัน

เขาต้องหาหนูคนละ 2 ตัว แล้วไปเจอกันที่กองขยะท้ายซอยในอีก 3 วันข้างหน้า  และพยายาม

ทบทวนถึงเหตุการณ์ค่อนข้างประหลาดที่ตนได้ประสบมา

 

 

      --------------------------------------------------

“ลุง...ลุง เรามาแล้ว” แดงโวยวายอยู่หน้าถ้ำ นุ่นยืนเคียงกับเขา เนื้อตัวสั่นเทาเพราะไม่สามารถ

คาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรต่อไปข้างหน้า

“เอาหนูมาให้แล้ว 4 ตัว ตามสัญญา” แดงประกาศเสียงดังอีกครั้ง

 --ในวันนั้น 3 วันให้หลังจากเหตุการณ์ครั้งก่อน    สองเด็กชายยืนจังก้าอยู่หน้าถ้ำกองขยะ ในมือของ

ทั้งคู่มีถุงพลาสติกและหนู 2 ตัวที่ดิ้นพล่านอยู่ข้างใน

“ลุง!!” แดงตะโกนอีกรอบ

“เออ โว้ย มาแล้วๆ “ ชายสกปรกแห่งกองขยะท้ายซอยค่อยๆ มุดออกจากรูถ้ำเดิมเหมือนเช่นคราวที่แล้ว

ทว่าครั้งนี้มิได้สร้างความตระหนกให้กับเด็กชายอย่างคราวก่อน

เขายื่นไปคว้าเอาถุงจากสองเด็กชายอย่างคล่องแคล่ว หนูในถุงยิ่งดิ้นพล่าน และกรีดร้องระงม เมื่อ

ตกอยู่ในครอบครองของชายสกปรก “รออยู่ตรงนี้เดี๋ยวนะ” เขาหันหลังมุดเข้ารูเดิมที่คลานออกมา

 

เด็กชายทั้งสองได้ยินเสียงกรอบแกรบจากถุงพลาสติก และเสียงจี๊ดจ๊าดจากเหล่าหนูเคราะห์ร้าย

ทั้งแดงและนุ่นเดาเอาจากเสียงนั้นว่าชายสกปรกคงกำลังเอาหนูออกจากถุง เขาทั้งคู่สบตากัน

ด้วยความรู้สึกเย็นเยียบหนาวสันหลังและขนลุกซู่ตั้งชัน เมื่อเสียงโวยวายแตกตื่นของหนูทั้ง 4 ตัวสงบลง

ในตอนนั้นราวกับบรรยากาศมิติในพื้นที่รอบๆ ได้บิดเบี้ยว ฉีกแยกและห่างออกไปไกลจากการรับรู้ แห่ง

โลกความเป็นจริง

เสียงกุกกักไม่ไกลจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของรูถ้ำขยะบอกว่าชายสกปรกกำลังมุดออกมา  เด็กชายนุ่นผงะ

ถอยหลังมันคือท่าเตรียมตัวของสัญชาติญาณการหลบหนี ทันใดนั้น เขาผู้มุดคลานออกมาถึงปากถ้ำ

ก็เงยหน้าขึ้น พร้อมประโยคคุ้นเคย “เอาล่ะ รอบนี้พวกเอ็งจะขออะไรกันดีวะ?" เขายิงคำถาม

ในขณะเดียวกันที่ซี่ฟันอันบิดเบี้ยวอัปลักษณ์เคี้ยวกร้วมบดหนูทั้งตัว แรงขบแน่นหนักจนน่าประหลาด

กระโหลกหนูเคราะห์ร้ายแตกคากรามปาก ลูกนัยย์ตาของมันไหลย้อยปนเลือดลงสู่พื้นดิน

 

          

นุ่นกรีดร้องไม่ต่างกับคนบ้า เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น กระเสือกกระสนถอยกรูดห่างออกไป และเมื่อเริ่ม

มีสติมากขึ้น เด็กชายรีบหันหลังออกวิ่ง แต่แค่ไม่กี่ก้าวก็นึกขึ้นได้

เขาทิ้งแดงเพื่อนซี้ไว้กับคนกองขยะ!

นุ่นรวบรวมความกล้าหันหลังกลับไป พบกับภาพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

“ขออะไรดีหล่ะคราวนี้ รีบๆ ว่ามา” มันจ้องถามแดงแล้วกระเดือกกลืนซากหนูบดละเอียดผ่านลำคอ

ริมฝีปากเกรอะไปด้วยคราบเลือด มันจ้องเขม็ง เพ่งลึกลงในตาของคู่สนทนาอีกฝ่าย

“แดง!!" นุ่นขนลุกซู่ เขาเป็นห่วงเพื่อนเหลือเกินในเวลานั้น

“เอ้ารีบขอมา ข้าให้เจ้าได้หมด ขอแค่ของแลกเปลี่ยนเล็กน้อย” มันกวาดลิ้นเลียรสเลือดอย่างเอร็ดอร่อย

ทันใดนั้นคล้ายกับแดงนึกอะไรสักอย่างขึ้นได้ เขาจ้องตาและยิ้มตอบชายสกปรกผู้เคี้ยวกินหนูเป็นๆ ทั้งตัว

ยิ้มของแดงนั้นเป็นยิ้มน่าสยดสยองที่ทำให้นุ่นรู้สึกเคว้งคว้าง เหมือนอยู่บนขอบเหวแห่งความสิ้นหวัง

“ผมอยากได้...”

นุ่นไม่ขออยู่ฟังความต้องการของเด็กชายผู้เป็นเพื่อน เขาเบือนหน้าหนีแล้ววิ่งอย่างสุดแรงเกิด วิ่งสุดชีวิต

ห่างออกไป ห่างออกไป ทิ้งทั้งคู่ไว้เบื้องหลัง กับกิจกรรมตกลง-การทำสัญญาแห่งความต้องการ-กิเลส

ยัดเยียดจากผีห่าซาตานนรกตนไหนก็ไม่รู้ได้

 

เด็กชายวิ่ง และวิ่งอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย น้ำตาพรั่งพรู ทิ้งหยดปลิวเปล่าไว้เบื้องหลัง

ในเวลานั้นไม่มีใครที่จะตอบได้ ว่ามันคือร่ำไห้แห่งความหวาดผวาต่อชายสกปรกแปลกหน้า ผู้กินกลืน

เลือดเนื้อของหนูโสโครกแบบสดๆ หรือความผิดหวังในตัวแดงเพื่อนสนิท  ผู้ก่อความละโมบอยาก จน

สูงมิดบิดบังความจริงจากปีศาจตรงหน้า หรือความขลาดเขลาเห็นแก่ตัวของตนเอง ที่ปล่อยทิ้งเพื่อนไว้

เบื้องหลัง

    .....ในส่วนลึกสุด มุมมืดของภูเขากองขยะท้ายซอย.....

 

 

                                                                   กรุณาติดตามอ่านต่อตอน 2

Comment

Comment:

Tweet

ลูกพี่กลับมาแล้ว

#3 By puck on 2010-03-30 03:16

รอด้วยเช่นกัน (หายไปนานนะครับ)ชอบภาพประกอบอีกเช่นเคย

#2 By PUMP201 on 2010-03-29 02:12

รอตอนต่อไปครับ

#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2010-03-28 23:55

Recommend