ตี 2 กว่าที่นั่น อาการใหญ่เริ่มปกติ หมอเอ็กซเรย์และเอาผลมาให้ดูว่ามันไม่เป็นไร

นอกจากกระดูกข้อต่อขาหลุดออกจากกัน แต่วันนั้นยังไม่ควรเคลื่อนกระดูกให้เข้าเบ้า

เพราะแมวกำลังเครียด         หมอจึงฉีดยาระงับปวด และอะไรอื่นๆ ที่ผมเองก็ยังงงๆ

ให้ใบนัดวันจันทร์เพื่อกลับมาเคลื่อนกระดูก แล้วเราก็กลับบ้านมานอนกันตามปกติ
    

       6 โมงเช้า (วันศุกร์) แฟนโวยวายปลุกผมลั่นห้อง ให้ตื่นมาพบกับอ้วกกองโตๆ 3 กอง

กระจายอยู่ตามมุมห้อง กองแรกเป็นก้อนแข็ง กองที่ 2 ยังเป็นก้อนแต่เริ่มยุ่ย    และกองที่ 3

ค่อนข้างเหลว เหมือนกับกำลังอยู่ในกระบวนการย่อย   

จากการวิเคราะห์และจากปริมาณอ้วกดังกล่าว ทำให้ผมกับแฟนรู้คร่าวๆ ว่าใหญ่ขย้อนอ้วก

เอาอาหารออกมาหมดตัวแล้ว     เราจึงเอาอาหารเม็ดของโปรดให้ใหญ่กิน ทว่ามันก็ไม่ยอมกิน

แม้สักนิด        เราเดากันไปว่ามันอ้วกเพราะเครียด- รู้สึกไม่สบายตัว   และไม่ยอมกินเพราะ

ยังเจ็บปากอยู่      แต่เราก็ไม่ประมาทด้วยเคยมีประสบการณ์แย่ๆ จากการรีๆ รอๆ ไม่พาแมว

ไปหาหมอ จนมันสายเกินไป

       เราโทร. ไปปรึกษาหมอที่ รพ.สัตว์ทองหล่ออีกครั้ง เมื่อเล่าอาการจบ ผู้ให้คำปรึกษา

ก็แนะนำว่าอาการน่าเป็นห่วงมาก ให้รีบเข้ามา   ดังนั้นเมื่อเราเสร็จงานตอนเย็นก็รีบบึ่งไป

ที่ รพ.อีกครั้ง     แต่ต้องเจอกับเรื่องแปลก คือ หมอ (คนละคนกับเมื่อคืน) บอกกับเราว่า

ใหญ่ไม่เป็นอะไรมาก มันเครียด และเจ็บอยู่ จึงมีอาการอย่างที่ว่า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของแมว

หมอจะฉีดยาแก้เครียด-ระงับปวด, สั่งอาหารพิเศษสำหรับแมวป่วย และให้ยาไปเพิ่มอีก 1 ชุด

แล้วเราก็กลับบ้านได้ ดูโดยรวมแล้วไม่น่าห่วง     สิ่งที่เราต้องทำคือ อย่าให้ใหญ่วิ่งมาก

พยายามป้อนอาหารฝืนให้มันกิน และให้ยาหลังอาหาร

 

       เมื่อกลับถึงบ้านเราก็ทำการป้อนอาหาร ท่าทางจะฝืนใจใหญ่เหมือนกัน แต่มันก็พอจะ

กลืนลงไปได้ (ป้อนด้วยอาหารแมวป่วย “A/D” ที่หมอให้ซื้อ ด้วยสลิงค์ฉีดยา) แต่พอป้อนยา

เท่านั้นแหละ มันก็อ้วกเอาทุกอย่างออกมาหมด- อาการเหมือนเดิมไม่มีผิด หรืออาจดูแย่กว่า

ด้วยซ้ำ     ใหญ่ไม่ยอมเดินแล้ว เอาแต่นอนซมอย่างเดียว     เราทั้งคู่เกิดคำถามว่า แล้วที่

ไปหาหมอเมื่อครู่นี้เพื่ออะไร? แปดร้อยกว่าบาท ตรวจดูไม่เกิน 5-10 นาที แต่เต็มไปด้วย

ค่าบริการ ค่าอาหาร (กระป๋องเล็กๆ ละร้อยกว่า ที่มันกินแล้วก็อ้วกออกมาอยู่ดี) ค่ายา (ที่ไม่มี

ประโยชน์อะไร เพราะเป็นยาหลังอาหาร ไม่มีอาหารในท้องก็ไม่ควรกิน)      -จากความสงสัย

ก็กลายเป็นความไม่พอใจ เราจึงหาข้อมูลจาก internet แล้วพบว่า รพ.นี้เป็น รพ.สัตว์ชื่อดัง

ที่มีอยู่ถึง 5 สาขานี้ คิดค่ารักษาแพง(จนดูไม่มีเหตุผล)  และสำคัญที่สุดคือ มีสัตว์เลี้ยงมากมาย

ที่ต้องมาจบชีวิตลงที่นี้อย่างไม่สมควรเลย เราจึงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ (วันเสาร์) ต้องหา รพ. อื่น

ให้ใหญ่ด่วน   โดยไม่ต้องสนใจแล้วว่าเงินตั้งเกือบ 3,000 (รอบแรก 2 พัน+ รอบสองแปดร้อยกว่า)

ของเราเสียไปเพื่ออะไร เพราะไม่ต้องการเอาชีวิตอันเป็นที่รักไปเสี่ยง

       ตกลงกันว่าพรุ่งนี้ให้หา รพ. ใหม่และไปเอาใบส่งมอบอาการที่ รพ.สัตว์ทองหล่อมาด้วย

เพื่อการรักษาที่ต่อเเนื่อง
    

       จากการหาข้อมูลกันอยู่นาน ผมกับแฟนก็เห็นว่ามีคลินิคสัตว์ใกล้บ้าน การันตีบนป้ายใหญ่ๆ

หน้า รพ. เป็นยศ, ตำแหน่ง ยาวเหยียดของ อาจารย์หมอผู้เป็นเจ้าของ   ทว่าเรายังไม่ไว้ใจ จึงรอ

ให้คลินิกเปิดแล้วแฟนผมเข้าไปคุยเล่าอาการ เธอปั่นจักรยานกลับมาบอกผมว่า ดูๆ แล้วน่าจะใส่ใจ

อาการสัตว์ดีกว่าที่เดิม จึงจัดแจงเอาใหญ่ใส่ตะกร้าปั่นจักรยานไปรับการรักษาทันที

หมอสอบถามอาการและทำการตรวจ เห็นว่าต้อง admid (ฝากเลี้ยง)ไว้กับทางคลินิคเพื่อให้น้ำเกลือ

, ดูอาการ และลองป้อนอาหาร เสร็จธุระแล้วเราจึงกลับมาทำงานต่อ    แต่ก็ว้าวุ่นใจถึงอาการ

ของใหญ่ตลอด จึงปั่นจักรยานไปเยี่ยมกันบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อตอนไปเยี่ยมรอบบ่าย 3

หมอและคนดูแลบอกว่าใหญ่เริ่มกินเองได้  เราดีใจกันมากเพราะเกือบ 2 วันแล้ว ที่มันไม่กินเองเลย

ทั้งที่เป็นแมวกินจุ คิดกันไปว่าอาการคงไม่น่าเป็นห่วงแล้ว ทว่าเมื่อไปเยี่ยมรอบ 6 โมงกว่า

ทางคลินิกก็แจ้งว่าใหญ่อ้วกออกมาหมดอีกแล้ว ได้ยินเข้าอย่างนั้น ความโศกเศร้าเดิมก็กลับมา

เกิดคำถามกับตัวเองว่า แล้วนี่เราจะทำอะไรให้ใหญ่ได้บ้าง ?   ตอนนี้( 3 ทุ่มกว่าของคืนวันเสาร์)

คงได้แค่นั่งรอจนกว่าใหญ่จะได้รับน้ำเกลือเสร็จแล้วพากลับบ้าน ก่อนกลับหมอนัดว่าพรุ่งนี้ให้มา

ดูอาการอีกที แล้วคืนนี้ลองพยายามป้อนอาหารอีก ดูว่าใหญ่จะอ้วกอีกมั้ย

และหมอได้ชี้แจงอาการป่วยอย่างละเอียดอีกครั้งคือ แมวมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร

ซึ่งเป็นกรณีที่ยากต่อการตรวจพบว่าผิดปกติยังไง   วิธีพื้นฐานเช่น การจับคลำ การ x-ray ไม่สามารถ

ยืนยันอะไรได้      -เราถามถึงกระดูกขาที่หลุดจากข้อต่อ  หมอก็ให้คำตอบที่ทำให้เราต้องตะลึง 

ว่าเมื่อครู่มีอาจารย์หมอเฉพาะทางด้านกระดูก จากรพ.เกษตรเข้ามาพอดี ก็ตรวจเช็คร่างกายใหญ่

พร้อมดูฟิลม์ x-ray และ ใบส่งมอบอาการที่มาจาก รพ.สัตว์ทองหล่อ  ...พบว่า... ขาไม่เป็นไรเลย!!

มันเดินกระเผลกเพราะอาการเจ็บปกติเท่านั้น.......

 

......อย่างนี้......แล้ว.......

ไอ้ผลตรวจที่ รพ.สัตว์ทองหล่อ มันคือเหี้ยอะไรกัน!!

ต้องเสียเวลาอันมีค่าของใหญ่ที่เหลือในการรักษาชีวิต  ไปเจ็บเพราะเข็มฉีดยา

แทนที่จะวินิจฉัยให้มันถูกต้อง     มันเพื่อห่าเหวนรกอะไร!?     

......แล้วไหนที่มันยังจะนัดไปวันจันทร์เพื่อเลื่อนกระดูกให้เข้าที่อีกล่ะ? 

ข้อต่อหลุด! -พ่อมึงสิข้อต่อหลุด!!                  ....อ๋อ....          .....รู้แล้ว

"เงิน" สินะ!!

มึงจะเอาชีวิตของไอ้แมวไร้ค่าตัวนี้ไปแลกกับเงินล่ะสิ!!   เหมือนที่กูรู้มา-อ่านเจอมา

มึงจะทำกับไอ้ใหญ่แบบนั้นสินะ!!

....ไอ้พวกระยำ คนอย่างพวกมึงมันโสโครกยิ่งกว่าขี้เน่าในท่อน้ำทิ้ง

แม่มึงคงอับอายจนต้องฆ่าตัวตาย เพราะเสือกเบ่งสัตว์นรกอย่างมึงออกจากแคมเน่าๆอันนั้น!!

 

.............

....เท่าไหร่?

ถ้าพาใหญ่มาเลื่อนกระดูกแบบหลอกๆในวันจันทร์  -มึงจะดูดกลืนชีวิตมัน

ได้เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่!!?

กูอยากรู้นัก ไอ้พวกไม่มีหัวใจ!!      .....ไม่มีหัวใจ

.... ไม่มีหัวใจ

 

-ในขณะที่ผมทิ้งสามัญสำนึกให้ดิ่งลงในความโกรธเกรี้ยว  คำถามนึงก็เกิดขึ้น

.....ทีแมวตัวอื่น จะเป็นตายยังไง เราก็ไม่เห็นสนใจเลยนี่?.....

.....หรือว่าเราก็ไร้หัวใจ?

 

ใหญ่ก็คงเป็นแค่ "แมวตัวอื่น" สำหรับเขาเหล่านั้นเช่นกัน

เป็นได้แค่งานที่น่าเหนื่อยหน่าย  งานที่ต้องทำเงิน

เงินดี + เสียเวลาน้อย = งานดี  ,สังคมทุนนิยมและบริโภคนิยมกำหนดไว้เช่นนี้

แล้วเราจะไปด่าหมอได้อย่างไ?

พวกเขาเป็นเพียงตัวหมากผู้เคร่งครัดในเส้นทางของระบบ ก็เท่านั้น

ในโลกยุคที่ไม่มีหมอ  ไม่มีครู  ไม่มีตำรวจ ไม่มีศิลปิน ไม่มีใครเหลือรอดอยู่เลย....

ในโลกยุคที่มีแต่นักธุรกิจ.....

 

 

 

       และในเช้าวันอาทิตย์ใหญ่ก็อ้วกออกมาอีก หมอเองก็ยังไม่รู้อาการแน่ชัด เพราะการตรวจขั้นที่

ละเอียดกว่านี้ ต้องเป็น รพ. ที่เครื่องมือเพียบพร้อมที่สุด ซึ่งก็คือ รพ.สัตว์เกษตรนั่นเอง   -ด้วยเวลา

ที่ผ่านมากวันขึ้นพร้อมกับอาการของใหญ่ก็ดูแย่ลง เราเริ่มไม่แน่ใจว่าใหญ่จะหายเป็นปรกติได้หรือไม่

แต่พอพากลับมาที่บ้าน ลูบหัวเล่นหางเกาคางกันซักพัก ใหญ่ก็อาการดีขึ้น เดินไปฉี่เองได้ เงยคอให้เกา

จมูกก็มีสีชมพูสดใสขึ้นมาเหมือนตอนที่ยังเป็นปกติ   สำคัญที่สุดคือ อาบน้ำแต่งตัวได้ (เลียตัว เลียขน

ทำความสะอาด)    ทว่าเรายังไม่กล้าฝืนป้อนข้าวให้ใหญ่ เพราะไม่อยากให้มันอ้วกแล้ว เรารู้ดีว่ามัน

ทรมานมามากกับการฝืนยัดอาหาร จึงรอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วจะพาใหญ่ไป รพ.สัตว์เกษตรทันที

 

 

---------------ต่อตอนที่ 4 --------------- 

Comment

Comment:

Tweet

เมื่อไรจะกลับมาเขียนอีกครับพี่
รออ่านอยู่
วู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#3 By puck on 2009-05-07 22:10

ตามอาการใหญ่ต่อนะคับangry smile

#2 By PUMP201 on 2009-03-12 08:39

#1 By puck on 2009-03-12 03:37

Recommend