2008/Apr/20

08-04-18 : แด่เธอผู้ล่วงหน้าไปก่อน


ยังจำได้มั้ย?
หลายครั้งที่ผมเคยร้องขอกับคุณ เราคุยกันถึงเรื่องนี้ในบทบาทเดิมๆ
และด้วยสนทนาเดิมๆ ผมบอกความต้องการของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
“นี่ ..... ถ้าเราอายุสักหกสิบ พ่อกับแม่ของเราก็คงไปกันหมดแล้ว และถ้า
ตอนนั้นเราเองก็ไม่มีลูกอย่างที่เคยคุยกันไว้ ในโลกเหลือกันอยู่แค่สองคน ......โลกที่บากลำบากขึ้นทุกวินาทีสำหรับคู่รักแก่ๆคู่หนึ่ง ...........
......เราจะไปด้วยกันเลยมั้ย?”

“ไม่เอา ....เรายังไม่อยากตาย”

“ก็บอกว่าไม่ใช่ตอนนี้ไง ผมหมายถึงตอนที่เราเหนื่อยและอ้างว้างเกินไป
ในตอนที่เราช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และไม่เหลือใครแล้ว ตอนนั้นคุณยังจะ
อยากอยู่ต่ออีกเหรอ?”

“อยากสิ ไม่ว่าตอนนี้ หรือตอนไหนเราก็ไม่อยากตาย
ถ้ามีคุณอยู่ด้วย เราก็อยากอยู่กับคุณให้นานที่สุด ไม่ว่าอะไรมัน
จะเลวร้ายแค่ไหน”

“..... ไม่อยากคุยละ หมดอารมณ์เลย น้ำเน่าว่ะ......”

ในวันครบรอบปีที่ 7 ของเราคืนนั้นที่นอนจับมือกัน
ยามคุณหลับ ลมหายใจแผ่วเสียงข้างหูผม
คำมั่นสัญญาที่เกิดขึ้นจากตัวผมสู่ตัวผม
สัญญาที่มีกับตัวเอง
ไม่ว่าจะเกิดอัไรขึ้น ผมจะไม่ยอมทิ้งให้คุณอยู่เพียงลำพังเป็นอันขาด




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

อากาศหนาวปลายปีของเชียงใหม่ ทำเอาผมครึ่งใจว่าจะมุดออก
จากผ้านวมอุ่นหนาไปปิดกระจก หรือจะนอนคุดคู้ให้ขดกลมเข้าไปอีก
เพื่อประทังหนาว

ผมเลือกข้อหลัง

ถ้าเป็นตอนที่ยังรุ่นๆอยู่คงไม่เป็นแบบนี้ ผมคงกระเด้งตัวขึ้นยืนราวกับนักกายกรรม
และไม่ใช่เพื่อไปปิดกระจกแต่เพื่อออกไปเดินเล่นท้าทายลมหนาวด้วยซ้ำ
......แต่นั่นมันแค่วันวาน แค่อดีตที่ผ่านมากว่า 40 ปีแล้ว
ผมทรุดโทรมลงในขนานที่ถูกทำร้ายได้โดยทุกๆอย่างบนโลก โดยเฉพาะ
อากาศหนาวเฉือนเนื้อเถือหนัง ผมหมดแรงพลังจะต่อสู้ กักขังวิญญาณ
ไว้ในร่างชราหมดสภาพ ที่ไม่ต่างอะไรกับผ้านวมเก่าซีดผืนนี้
ขดตัวแน่นเกร็งจนเล็กลงเรื่อยๆ ให้พอทนอยู่ต่อไปได้ เพื่ออะไรสักอย่าง
ที่ยังไม่เคยปรากฏคำตอบ


ในคืนเหน็บหนาวนั้นผมคิดถึงคุณเหลือเกิน
แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว ที่คุณจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ผมก็ยัง
รู้สึกว่าโลกมันขยายใหญ่กว้างไกลกว่าเดิมจนน่ากลัว และอัดแน่นไปด้วย
แรงกดมหาศาล หนักทับจนอึดอัดเหมือนกับหายใจไม่ออก เป็นวันที่ผม
กลายเป็นฝุ่นผงเล็กๆ ที่ถูกการหมุนรอบตัวเองของโลกพัดพาและโบยตีรุนแรง
ทุกสิ่งเดินหน้าต่อไปด้วยแรงขับเคลื่อบางอย่าง ที่ผมหมดความอยากรู้
ไปตั้งนานแล้ว เพราะมันต่างกับตัวผมซึ่งนอนขดอยู่ที่เดิม และนั่นคือ
ความทรมาน ราวถูกย่ำยีสาหัส
ผมถูกสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนที่เหล่านั้นเนรเทศเสือกไส หอบสังขาร
และจิตวิญญาณเหนื่อยล้าผวาหนี วิ่งเตลิดกระเซอะกระเซิง มาอยู่บนพื้นที่สีดำ
อันว่างเปล่า นั่งนิ่งๆอย่างเปลี้ยเพลียอ้างว้าง และมันทวีคูณเพิ่มขึ้น เมื่อ
แม่ของผมจากไปในวันนี้ ด้วยโรคชราและสารพัดโรคที่คอยกลุ้มรุมเร้า

พ่อ, พี่ชาย, เพื่อนๆ, คุณ และสุดท้ายก็แม่ ...... ทุกคนพากันจากไป
ตอนนี้หากมีใครเผอิญหันมาสนใจมองผมเข้า เขาคงเข้าใจความหมาย
ของคำว่า “หมด” อย่างแท้จริง แล้วเบือนหน้าหนีอย่างเสียความรู้สึก
และเสียเวลาเป็นที่สุด


เมื่อทบทวนบทบาทของผมให้ละเอียดชัดเจนอีกครั้ง คุณจะพบว่า
นี่คือวันที่ผมพูดถึง วันที่โลกไม่ต้องการผม และผมไม่ต้องการโลก วันที่
ความรับรู้ของมันตัดผมออกไปจากโคจรและสัมผัสอย่างถาวร วันที่ผม
ไม่เหลือใครที่จะสามารถถ่ายทอดและแบ่งปันระหว่างกันได้อีก วันที่ผม
ควรต้องไปเสียที..... ถึงขั้นนี้แล้วที่ความกลัวเหลือน้อยจนแทบไม่มี
จะว่าไปผมก็ไตร่ตรองเรื่องนี้มานาน อย่างละเอียดละอออยู่พอตัว
แต่การจากไปอย่างสบายที่สุดนี้ มันคือความลับเฉพาะบุคคลอย่างหนึ่ง
(แล้วตอนนี้ผมก็ไม่ได้ใจกว้างพอที่จะแบ่งปันให้ใครรู้ด้วย) ผมคิดว่าคุณ
คงไม่โกรธผม คุณต้องเข้าใจผมอย่างแน่นอน

ผมยันตัวเองขึ้นจากโซฟาเดี่ยว ที่ได้ซื้อมาหลังกลับจากงานศพคุณเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
เดินไปยังตู้เก็บยา หยิบลูกกุญแจที่มีไว้เพื่อวันนี้โดยเฉพาะขึ้นไข
(ใครจะสรุปด่าเอาเองทีหลังว่าผมมันโง่ ฆ่าตัวตายตามแม่ก็ช่างเถอะ)
ในขณะเดียวกันนั้นที่ลำโพงวิทยุแว่วเสียงเพลงซึ่งเคยคุ้นชอบพอกันในอดีต
don’t worry baby ของ the beach boys
นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินจากสถานีวิทยุใดๆในสมัยนี้ รู้สึกตัวทีหลังว่าผมกำลังยิ้มมุมปาก
เพราะสัมผัสบางอย่างที่น่าหวนคำนึง

ทรายนุ่มเนียน ฟองคลื่นใส และแสงแดดร้อนแรง
แต่ให้ความรู้สึกของการโอบกอดอย่างอบอุ่น


สถานที่ริมทะเลในความทรงจำที่เกือบจะลืมไปแล้ว ตอนนั้นคงเป็นช่วงเรียน
มหาวิทยาลัย ภาพเก่าๆผุดโผล่เพิ่มเติมเรื่อยๆ เพื่อประกอบรอยยิ้มนั้นของผม
...... ที่ไหนนะ? ผมชักจะเลอะเลือน และหยุดไขกุญแจ คามันไว้อย่างนั้น

ผมเดินลากสังขารหย่อนยานไปหยิบโทรศัพท์ และกดเบอร์ติดต่อการท่องเที่ยว








หลายคนผู้เชี่ยวชาญการเที่ยวทะเลเคยคุยกับผมไว้ว่า หาดแต่ละที่จะมี
รายละเอียดและให้ความรู้สึกต่างๆกันไป จนแก่ปูนนี้แล้ว ผมยังไม่สนิทสนม
กับทะเล พอจะแยกแยะได้ขนาดนั้น สัมผัสของแผ่นคลื่นบางๆ และความเค็มแน่น
สดใสในอากาศนั้น เหมือนกันทุกที่สำหรับผม อย่างมักง่ายว่าทะเลคือทะเล




ผมมาถึงที่นี่ -เกาะลันตา ในเช้าของวันรุ่งขึ้น เพื่อนคนหนึ่งเคยไปมา
และเล่าให้ฟัง แต่ผมจำไม่ได้แล้ว รู้เพียงว่าเขาคงรู้สึกดีไม่ต่างกับผมในเวลานี้
สักเท่าไหร่ ความเลือนลางที่ว่า ทำให้ผมไม่สามารถจินตนาการได้ว่า ที่นี่
เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขนาดไหน แต่เดาว่าทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า และน้ำใส
ระยิบแสงยามต้องแดด เหมือนประกายดาวกลางวันบนฟ้าโปร่งกระจ่างตาเช่นนี้
คงเหลืออยู่ไม่มากที่ ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลย ว่าค่าที่พัก และค่าครองชีพที่นี่
เพียงสองวันกับหนึ่ีงคืนนั้น สามารถฉีกกระชากตัวเลขในบัญชีธนาคารของผม
ให้กระจุยกระจายได้ไม่ยาก
แต่ใครจะเถียงกันล่ะ ว่ามันไม่คุ้มสำหรับผมในตอนนี้



ผมนั่งเฉยอยู่ริมหาดอย่างนั้นเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตก แดดแผดจ้า
ทำให้ในหัวปวดหนึบคล้ายกำลังจะระเบิด กระทั่งวูบไปก็หลายรอบ แต่เป็นผมเอง
ที่อยากนั่งอยู่อย่างนั้น ร่างกายอาจเกินขอบเขตของคำว่าไม่ไหวไปแล้วด้วยซ้ำ
ทว่าวิญญาณที่ร่าเริงนั้นกลับรั้งผมไว้แน่นิ่งกับที่
ี่ คงเหมือนกับตอนที่ไปทะเลกับคุณครั้งแรกนั่นแหล่ะ จำได้มั้ยที่เรา
เล่นน้ำกัน แล้วผมดันเกิดอาการเมาคลื่น น่าหมั่นไส้จริงๆ แต่ผมก็ไม่ยอมเลิกเล่น
จนเริ่มหน้ามืดถึงขั้นต้องให้คุณลากขึ้นมาอ้วกที่ชายหาด คิดไปแล้วก็ตลกดี
ผมอ้วกไม่หยุดเลย บนรถ บขส. คุณก็ยังต้องถือถุงพลาสติกให้ผม
ขอโทษจริงๆนะ ที่ไปทะเลครั้งแรกก็กลายเป็นแบบนี้ไปซะได้



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ค่ำคืนเข้าแทนที่

ผมเดินถือกระเป๋ากลับบ้านพักอย่างทุลักทุเล แวะทานข้าวต้มกุ้ง
ที่ห้องอาหาร (คุณคงไม่อยากรู้ราคาหรอก) อาบน้ำให้สดชื่นซะหน่อย
แล้วค่อยไปนั่งที่เดิมตรงริมชายหาด
ผมเดินตัวเปียกออกจากห้องน้ำ เปิดกระเป๋าเดินทางค้นชุดทักซิโด้สีครีม
ที่ครั้งก่อนเคยเป็นสีขาวในงานแต่งของเรา ขึ้นมาสวมใส่อย่างยากลำบาก

ข้อดีอย่างหนึ่งของสถานพักผ่อนราคาสูงลิบลิ่วเช่นที่นี่ คือนักท่องเที่ยว
ส่วนมากไม่ค่อยนิยม จึงเงียบสงบร้างคนเป็นพิเศษ แต่กระนั้นผมยังคงอายกับสายตา
ของบาร์เทนเดอร์ ที่มองมายังเท้าเปล่าเปลือยของผู้เฒ่าในชุดทักซิโด้เก่าคร่ำคร่า
ผมแก้เขินด้วยการสั่งเบียร์ยี่ห้อหรูหนึ่งขวด แบบเย็นเยียบที่ทำให้มือชาซ่านเมื่อต้อง
ถือมันเอาไว้ (รายการนี้คุณน่าจะยิ่งไม่อยากรู้ราคา)
เท้าเปล่าพาผมเดินกระย่องกระแย่งไปยัง ณ จุดเดิมของหาดทราย
ผมทรุดนั่งลง ถอนหายใจยาวเพราะความเหนื่อยแหงนหน้ายกขวดเบียร์กระดกดื่ม
สายตาสบแสงดาวบนฟ้าคืนมืด แล้วถอนขวดจากริมฝีปาก
ผมรู้ดีว่า สำหรับร่างกายที่มีอายุการใช้งานนานปีเช่นนี้ ไม่สมควรเลย
ที่จะไปข้องแวะกับแอลกอฮอล์ แต่ก็นะ.....
แต่ใครจะเถียงกันล่ะ ว่ามันไม่คุ้มสำหรับผมในตอนนี้





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





แสงแดดและเสียงคลื่นยามเช้าปลุกปล้ำดึงวิญญาณผมกลับเข้าร่าง
ร่างทรุดโทรมที่ตอนนี้กำลังถูกอาการปวดหน่วงในหัวและตามเนื้อตัวโจมตี
อย่างทารุณ (ไม่ได้คุย แต่คุณก็คงพอจำได้ว่าสมัยหนุ่มๆน่ะ ผมได้ไม่ต่ำ
กว่า 5 ขวด)
ผมพยายามตั้งสติ สูดอากาศเข้าปอดให้เต็มที่ จนเมื่ออาการดีขึ้นบ้าง
ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูทตัวนอก ควานหามวนบุหรี่ ...... แน่นอน
ผมสัญญากับคุณไว้ว่าจะเลิก แล้วก็ทำได้เช่นนั้นตลอดมา แต่นี่โอกาสพิเศษ
แค่สักมวนคงไม่ทำให้ถึงตาย -แต่สิ่งที่จะทำให้บ้าตาย คือความเลอะเลือน
จนจำไม่ได้ว่าเก็บไฟแช๊คไว้ในกระเป๋าช่องไหน ผมควานหามันอย่างงุ่นง่าน
ไล่ตั้งแต่กระเป๋าเสื้อนอก-ด้านในของมัน, กระเป๋ากางเกง และอีกสารพัดกระเป๋า
ตามเนื้อตัว จนในที่สุดก็เจอเข้าให้ แต่ไม่ใช่ไฟแช๊ค ......กุญแจ?
มันคือดอกที่เอาไว้ใช้ไขลิ้นชักยานั่น ผมเอามาด้วยทำไม? ไม่ใช่สิ......
มันเสียบคาอยู่ที่ตู้ยาไม่ใช่หรือ? นี่ผมบ้าเลอะเทอะ? ...... -หรือว่า......

ตอนนั้นผมคิดถึงคุณขึ้นมาจับใจ
คุณ, พ่อ-แม่, และเพื่อนๆ ทุกคนที่เคยโอบกอดกันอย่างรักใคร่


ความเบิกบานที่ผมคิดว่า เพียงแค่เคยมี นั้นกลับมาอีกครา
สดใสไม่ต่างกับท้องฟ้าสีครามเบื้องบนในขณะนี้ - ผมค่อยๆเดินลงน้ำทะเล
ดำผุดดำว่ายออกจากชายหาดไปอย่างยากลำบาก แต่ก็รู้สึกสนุกสนานไม่ต่าง
กับในอดีตเลย และเมื่อเท้าเริ่มหยั่งไม่ถึงพื้น ผมผุดขึ้นเหนือผิวน้ำ ในมือขวา
กำกุญแจนั้นไว้แน่น ผมเงื้อแขนสุดเหยียดแล้วขว้างมันออกไปไกล เพลงคลื่น
กล่อม กลบเสียงกุญแจกระทบผิวน้ำจนไม่เหลือให้ได้ยิน

ผมนอนหงายบนผิวน้ำ เส้นผมสีดอกเลาไหวพะเยิบตามคลื่นนวลนุ่ม
พลางนึกแปลกใจแกมหยอกตัวเองว่าจะเกิดอาการเมาคลื่นอีกไหม



ขาว่ายกลับหาด ผมเหนื่อยหอบจนเกือบไปไม่ถึง และพบว่าตรงที่นั่งเดิม
ของผมปรากฏร่างหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ท่าทางจะเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกัน ฝ่ายชาย
ถือขวดเบียร์เปล่าของผมไว้ไนมือ
“ลุงครับ! ของลุงใช่มั้ย? ทิ้งเรี่ยราดแบบนี้มันใช้ไม่ได้เลยนะครับ!”
ผมตอบอายปนโกรธว่า
“ของผมเองครับ ขอโทษทีนะ ผมจะเอาไปทิ้งเองเดี๋ยวนี้แหล่ะ”
เขายื่นขวดเปล่าในมือให้ผมรับไว้ ทว่ามือเจ้ากรรมที่สั่นเปลี้ย เพราะการ
หักโหมว่ายน้ำ ดันมาหมดแรงดื้อๆขวดหล่นลงกระแทกนิ้วเท้าผมอย่างจัง
เขาทั้งสองตกใจในขณะที่ผมพยายามยื้อตัวเองไม่ให้เซถลา คนหนุ่มเห็นดังนั้น
จึงพูดว่า
“โอเคๆ ผมเอาไปทิ้งให้ก็ได้ -วู้! แก่จะตายแล้วยังจะริกินเบียร์อีก”
ฝ่ายหญิงเห็นแบบนั้นจึงส่งสายตาไม่พอใจให้แฟนของเธอ

ทันใดสายลมเย็นจากทะเลหอบใหญ่ พัดเข้าหาเราทั้งสาม
เราต่างยืนนิ่งกับความรู้สึกส่วนตัวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้

หญิงสาวเอ่ยกับผมว่า
“ทะเลนี่ดีจริงๆเลยนะคะคุณลุง ...... แล้วแฟนคุณลุงล่ะคะ
ไม่มาด้วยกันเหรอ?”

ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วตอบเธอว่า
“อ๋อ...... แฟนผมอยู่ท่ีบ้านครับ ผมหนีมาเที่ยวคนเดียว
เนี่ย...... ว่าจะกลับแล้วล่ะ”








- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -















ในขณะที่กำลังเคลิ้มหลับอยู่บนรถเที่ยวกลับ
ผมมองเห็นทิวทัศน์รอบข้างผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อย้อนกลับไปมอง
มันจะเป็นเพียงภาพท่ีดูพร่าเลือนห่างไกล

ก่อนที่จะหลับไปในที่สุด ผมบอกกับตัวเองว่าจะเขียนจดหมาดถึงคุณสักฉบับ

จดหมายที่ขึ้นต้นว่า ยังจำได้มั้ย?


edit @ 22 Apr 2008 11:34:09 by skullman

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
หม่นหมอง
หรือ
แจ่มใสดี

ผมไม่รุ้นะพี่

แต่ผมว่า

มันหนุกดี

(ไม่มีเด็กมาเรียนหรอไงว่างอัพบลอคอะ)
#1  by  dong=ดอง,โด่ง At 2008-04-20 11:53, 
อ่านเพลินมากครับ

เขียนเรื่องสั้นลงนิตยสารได้แล้วนะครับเนี่ยคุณกระโหลก

เอ๊ะ หรือว่าเขียนอยู่แล้ว?

#2  by  PastelSalad At 2008-04-20 13:54, 
ล่วงหน้าไปก่อนคำนั้นผมก็อยากพูดกับทุกคน
รีบดินทางกัน...
เอ้า!!!!ปายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!
#3  by  puck At 2008-04-20 15:34, 
นั่นสินะ ยังจำได้มั้ย?
#4  by  PUMP201 At 2008-04-20 18:24, 
อ่านแล้วยิ้มๆ แต่ก็เศร้าๆ...อารมณ์ซับซ้อน+เขียนดีจังค่ะbig smile
#5  by  (^_^)/nana At 2008-04-21 18:47, 
อ่านสนุกทีเดียวเชียวครับ big smile Hot!
#6  by  was_in At 2008-04-22 09:05, 
ตอนแรกเห็นว่าทำไมยาวจังวะ
ก็ว่าจะรอมีเวลาค่อยมาอ่านอีกที
.
.
.
แต่ก็อ่านจนจบรวดเดียวจนได้sad smile

เพลินดีมากๆครับ ชอบ
#7  by  sweettoxic At 2008-04-23 13:11, 
แหม่ พี่นี่ก็มีแอบซึ้งนะเนี่ย - -"
อ่านแล้วเพลินดี
เหมือนแบบนิยายรักเกาหลีนิดหน่อย ฮ่าๆ




ว่าแต่ แล้วอย่างมุกนี่ จะเป็นคนล่วงหน้าไปก่อน
หรือคนที่เหลืออยู่กันล่ะเนี่ย - -
#8  by  Baby_Sun* At 2008-05-20 21:46, 
ฉันก็อยู่นี่ ไม่ได้ไปไหน

เธอสิ ชอบถึงนู่นนี่ จนลืมฉัน

ไปบ้าง บางที ฉันก็ไม่ว่ากัน

ตอนนี้เธอ... จำได้แล้วใช่ไหม
#9  by  DeathDoll At 2008-06-02 19:00, 
คิด* sad smile
#10  by  DeathDoll At 2008-06-02 19:02, 

<< Home