2008/Jan/23

คืนนั้นผมฝันว่ายังอยู่ที่บ้านเก่า

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ผมและเพื่อนในละแวกบ้านอีกประมาณ 3-4 คน คะนองออกเดินเที่ยวกันในซอยเวลาค่ำคืนเปลี่ยว

เราพูดถึงบ้านในซอยถัดไปที่มีหญิงอ้วนไม่สมประกอบอาศัยอยู่
คนในซอยรำคาญและเกลียดชังเธอ เพราะในยามดึกเธอชอบส่งเสียงร้องเพลงรักโหยหวนชวนขนลุก
และบ้านของเธอนั้น ก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่าน่าอาเจียรกระจายไปทั่วทั้งซอย

ผมและเพื่อนรับรู้เรื่องนั้นด้วยตัวเองมานาน ทว่ายังไม่เคยเห็นตัวจริงของเธอเสียที

คืนที่น่าเบื่อนี้ จึงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการได้ยลโฉมเจ้าของเสียงสั่นประสาทแห่งบ้านหลังนั้น
เราตกลงพากันเดินตรงไปยังบ้านของเธอ

ยิ่งใกล้เสียงของเธอยิ่งชัด

ยิ่งใกล้เสียงของเธอยิ่งน่าหวั่นกลัว

แต่ผมและเพื่อนหาได้หวั่นเกรงไม่
ความหวาดเสียวที่ว่านั้น ยิ่งมีพลังกระตุ้นเร้าให้พวกเราทำการอุกอาจด้วยใจที่เต้นแรงกว่าเดิม

 

 

“อีห่า! หุปปากได้แล้ว ประสาทแดกมากนักเดี๋ยวกูก็เผาบ้านมึงซะเลยนี่!”

……............

สิ้นเสียงตะโกนท้าทายของเพื่อนคนหนึ่ง เธอยังคงร้องเพลงต่อไปอย่างไม่ไยดี

เขาคนนั้นรู้สึกเสียหน้าต่อกลุ่มเพื่อน กับการแสดงความห้าวของเขาที่ไม่เกิดผลใดๆเลย
แล้วความรู้สึกนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์กราดเกรี้ยวทันที
เขาหยิบหินก้อนเขื่องเขวี้ยงเข้าไปที่หน้าต่างบ้านของเธอ
เสียงกระจกแตกกระจายน่ากลัว

วินาทีนั้นเราทุกคนตี่นเต้นกันจนเกือบลืมหายใจ

และเมื่อรู้ตัวอีกที ก็ไม่ได้ยินเสียงเพลงขนหัวลุกนั่นอีกแล้ว

 

 

ความเงียบและคืนมืดเข้ายึดครองหัวใจหวาดวิตกของเราในทันที
ต่างคนต่างมองหน้ากันอย่างเต็มไปด้วยคำถาม


ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องแหลมร้าวทะลุร้ายจากในบ้านมายังพวกเรา

เพื่อนบางคนถึงกับหงายหลังล้มกองลงกับพื้น

เสียงนั้นลากยาวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
มันดังกลบสรรพสิ่งในบริเวณนั้น แต่เรายังพอได้ยินเสียงเปิดประตูจากในบ้านของเธอ
พร้อมกันนั้นเสียงโหยหวนที่ว่าก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
โดยไม่ต้องปรึกษา เราพร้อมกันหันหลังวิ่งสุดชีวิต
ไม่มีใครเสียเวลาเหลียวกลับ เพราะเสียงของเธอไล่กวดตามมาติดๆ

ทิศทางที่เราเราวิ่งไปนั้นผ่านบ้านของเพื่อนๆแต่ละคน
ถึงบ้านใครคนนั้นก็กระโจนเข้าบ้าน
ระหว่างการวิ่ง พวกเราหายเข้าบ้านไปทีละคน
ขณะนั้นผมจึงตระหนักว่าบ้านผมคือหลังสุดท้ายที่จะถึง
ขาผมล้า ลมหายใจร้อนแห้งกระชั้นถี่ และใจเต้นรุนแรงเหมือนคนใกล้บ้า
แต่หูกลับได้ยินชัดเจน ฝีเท้าของเธอและเสียงกรีดร้องคลั่งแค้น

ใกล้เข้ามา

ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ใกล้จนรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังหายใจรดต้นคอผม

ตอนที่คิดว่าคงไปไม่ถึงบ้านแล้วนั้น ผมก็มองเห็นรั้วที่กำลังเปิดอ้าอยู่
โชดเข้าข้าง ที่ตอนออกมาผมไม่ได้ปิดรั้วบ้าน
ผมพุ่งตัวเข้าไปและเลื่อนรั้วปิดอย่างเร็วแรงได้ทันเวลา
เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมเหลียวกลับ
พบกับใบหน้าบิดเบี้ยวของเธอ และเสียงร้องที่ดังขึ้นจนแก้วหูแทบทะลุ
ผมทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความตกใจแทบเสียสติ
เธอจ้องผมเขม็งแล้วร้องโวยวายไม่เป็นภาษา -ดังมากเสียจนผมต้องยกมือขึ้นปิดหู
ขณะเดียวกันเธอก็เดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้ารั้วบ้าน จ้องมองมายังผมอย่างเคียดแค้น
เหมือนกับกำลังจะหาวิธีเข้ามาในบ้าน
พลันนั้นก็ถลาเข้ากระแทกรั้วเต็มแรง ผมผงะหงาย ตกใจจนเป้ากางเกงเจิ่งน้ำ ถอยกรูดกับพื้นเพื่อพาตัวเองให้พ้นห่างจากเธอ
จนแน่ใจได้ว่าคงปลอดภัยแล้วในตอนนี้

เมื่อตั้งสติได้ผมละล่ำละลักขอโทษเธออย่างฟูมฟาย
บอกเธอว่าผมผิดไปแล้ว ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอเลย
ผมประนมมือ หลับตาปี๋แล้วพูดวนอยู่อย่างนั้น นานขนาดไหนไม่รู้
แต่รู้ตัวอีกทีเสียงเธอก็เงียบไปแล้ว
ผมจึงค่อยๆลืมตาขึ้น พบว่าเธอยังคงยืนอยู่ตรงนั้น
แต่ด้วยท่าทางที่ใจเย็นลง

ผมกับเธอสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามผม ว่าเธอร้องเพลงเพราะหรือไม่
ผมตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าเธอร้องเพลงได้ไพเราะกว่าที่เคยได้ยินจากไหน

เธอยิ้มด้วยท่าทีอ่อนโยน

แล้วจึงถามผมต่อ ว่าแล้วเธอสวยมั้ย
เช่นเดิม ผมตอบเธอว่าเธอสวยกว่าผู้หญิงคนไหนในโลกที่ผมเคยพบเจอ
ซึ่งมันทำให้เธอยิ้มเปี่ยมสุขจนแก้มแทบปริ

 

แล้วก็มาถึงคำถามสุดท้าย

เธอถามว่าผมจะแต่งงานกับเธอหรือไม่

ทั้งที่คำตอบของผมควรจะชัดเจนเหมือนที่ผ่านมา ผมกลับอึกอักในลำคอ
เธอเริ่มผิดสังเกตจึงเริ่มขึ้นเสียง ถามผมอีกครั้งว่าผมจะแต่งงานกับเธอหรือไม่

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ ทันใดนั้นอะไรบางอย่างทำให้ผมเริ่มยิ้ม
เป็นยิ้มของคนบ้าที่กำลังเยาะเย้ยอย่างเจ็บแสบ
ก่อนที่จะตะโกนใส่หน้าเธอว่า
“อีเหี้ย! อีบ้า! ใครจะเอาคนอย่างมึง อัปลักษณ์ไม่พอ เสือกประสาทแดกอีกต่างหาก! มึงกลับบ้านไปเลยไป ก่อนที่กูจะฆ่ามึงทิ้ง อีสัตว์!” พูดจบผมถอดกางเกงเปื้อนฉี่ของตัวเองเขวี้ยงใส่หน้าเธอ
แทบไม่ต้องรอ เธอกระโจนเกาะรั้ว หมายจะปีนข้ามมาในทันที
ผมใช้ที่โกยผงซึ่งวางอยู่บริเวณนั้นกระแทกดันเธอไม่ให้เข้ามาได้
ยื้อกันเพียงครู่ เธอจึงเสียหลัก หงายหลังลงไปยังถังขยะ
ถังขยะหน้าบ้าน ที่มีตอไม้แห้งแข็งปลายแหลมดุ้นใหญ่ และมันเสียบทะลุท้องเธอจากด้านหลัง

เธอคงต้องตายแน่นอนแล้ว

วูบนึงผมกลัวความผิดขึ้นมาจับใจ
หากเธอตายผมคงได้ชื่อว่าเป็นฆาตรกรอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าผมคาดการณ์ผิด
เธอลุกขึ้นจากถังขนะด้วยหน้าตาบิดเบี้ยว
เห็นได้ชัดว่าเจ็บปวดและสติแตกกว่าเดิม
เธอคว้าเอาขวดแก้วแถวนั้น แล้วถลาเข้ามาเอามันฟาดกับรั้ว
เศษแก้วแตกกระจาย เธอและเท้าปล่าวหาได้กลัวเศษแก้วเหล่านั้น
เริ่มวิ่งวนพร้อมกับกรีดเสียงโวยวายด้วยรอยยิ้มน่าสยอง

Photobucket

 

ทันใดนั้นหูผมลั่นเหมือนยินเสียงฟ้าผ่าอยู่ใกล้ๆ
มันเกิดจากการระเบิดกระสุนปืนลูกซองในมือของพ่อผม
เธอโดนเข้าไปเต็มรักในระยะเผาขน
ตัวลอยแล้วล้มพับลง

ถ้าพ่อผมมาช่วยไม่ทันคงต้องแย่แน่
ในขณะที่เขาหันมาถามผมว่าปลอดภัยดีหรือไม่
ขวดปากฉลามในมือของเธอถูกเขวี้ยงมาปักที่เบ้าตาเขาอย่างจัง
พ่อร้องโอดครวญด้วยความทรมาน

เธอยังไม่ตาย เธอฟื้นขึ้นอีกครั้งด้วยความคลั่งกว่าเดิม
วิ่งวนหน้ารั้วบ้านพร้อมกับเปล่งเสียงโหยหวนเสียสติ
กลมกลืนไปกับเสียงร้องโวยวายเจ็บปวดจากพ่อของผม

สถานการณ์เลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการได้

และมันก็ถึงขีดสุดตอนที่พ่อทนความเจ็บปวดไม่ไหว
เขารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อหยิบปืนลูกซองขึ้นจ่อหัวตัวเอง
แล้วพูดกับผมว่า “เพราะมึงแท้ๆ”

จากนั้น….

ผมตื่นขึ้น

พบว่าเป้ากางเกงเปียกไม่ต่างกับในฝัน

 

 

….จากนี้

ผมบอกตัวเองว่าควรดูหนังสยองขวัญเกรดบีให้น้อยลงบ้าง....




edit @ 26 Feb 2008 18:54:43 by skullman

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เรื่องโหด ภาพเหี้ยมdouble wink
#1  by  was_in At 2008-01-23 09:47, 
อูย...

ความเป็นเลิศของคุณนี่ไม่มีตกจริงๆ

บรรยายได้เห็นภาพยิ่งกว่าอ่านนิยายของสรจักรHot!
#2  by  PastelSalad At 2008-01-23 12:36, 
เอางานเขียนอดิเรกของผมไปเทียบคุณสรจักรแบบนี้เขินแย่เลยครับ
(กลัวแฟนๆคุณสรจักรท่านอื่นจะหงุดหงิดเอาน่ะครับ 555)

เขาคือ 1 ในนักเขียนช่วงที่ผมเริ่มอ่านหนังสือเลยนะนั่น



แต่ยังไงก็ขอบคุณมากครับ
#3  by  skullman At 2008-01-23 13:09, 
เหอะๆๆๆ
พี่ดู deathproof หรือ planet terror
มากไปแล้วพี่

แต่มันจนลุดจริง หลอนเลยอะ
ชอบๆๆๆๆ
#4  by  dong=ดอง,โด่ง At 2008-01-23 17:49, 
ในฝันไม่มีรถถังเหรอครับ...
#5  by  puck At 2008-01-23 17:51, 
ตอนนี้กำลังมองภาพประกอบเรื่องอยู่ ส่วนเนื้อเรื่องผมขอสงบ +นิ่งๆแล้วค่อยอ่าน จะมาตอบอีกหนคับ
#6  by  PUMP201 At 2008-01-23 22:18, 
5555 อ่านแล้วได้อารมณ์หนังสยองขวัญเกรดบีจริงๆว่ะครับ
ผมก็เคยดูหนังและเก็บไปฝันจนเปียกแบบนี้เช่นกัน...แต่เป็นอีกแนวหนึ่งsad smile

ชอบครับเรื่องนี้ เล่าได้น่าติดตามมากbig smile
#7  by  sweettoxic At 2008-01-23 22:58, 
ฝันน่ากลัวจัง
แต่ฝันน่ากลัวแบบไหนจะสู้ฝันว่าตัวเองไม่มีวันตาย ฮ่าๆ


ป.ล. พี่โหน่งอย่าลืมหานะคะ ว่าถ้าม.5จะสอบตรงมัณฑนศิลป์ได้มั๊ย แฮะๆ
ป.ล.2 มุกจะสอบแล้วล่ะ ฮือๆ
#8  by  Baby_Sun* At 2008-01-27 22:44, 
ลืมๆๆๆ ตอนแรกอ่านแล้วคิดว่าพี่โหน่งฝันถึงรักแรกสมัยประถม(แบบในหนัง)
อ่านไปอ่านมา ถ้ามันเป็นรักแรก คงสยองน่าดู ฮ่าๆ
#9  by  Baby_Sun* At 2008-01-27 22:47, 
ไม่ได้แวะมาซะนาน..ช่วงนี้บล๊อกไม่ค่อยโหด เลยมาหาอะไรโหดๆ หลอนๆดู อิ อิ
สบายดีไม๊คะconfused smile
#10  by  mukoman At 2008-02-01 14:12, 
อ่านสนุกมากๆbig smile

*ผมมักดูหนังสยองก่อนนอนเสมอๆ ไม่ใช่ความตั้งใจ แต่มันมักจะฉายตอนดึกมากๆ(เวลานอน)บางเรื่องดูแล้วนอนไม่เป็นสุขจิงๆ แต่จะไม่ดูก็ไม่ได้
#11  by  CH.Lee At 2008-02-26 18:04, 
ไรว่ะ อุตส่าอ่าน
#12  by  65656 (118.172.135.214) At 2008-05-22 17:47, 
เอ๊ะหลอกเราไปส่องเขียดใช่รึป่าว xD
#13  by  DeathDoll At 2008-06-02 18:46, 

<< Home